'เมลิสซา รอย' สาวเอเชียผู้เดินทางครบทุกประเทศบนโลก

February 15, 2020
by มาริสา

เปิดแผนที่การเดินทางของผู้หญิงที่กลายเป็นประวัติศาสตร์ว่า ได้เดินทางไปเยือนครบทุกประเทศบนโลกใบนี้

 

โดยทั่วไป เมลิสซา รอย สาวสวยนัยน์ตาคมวัย 34 ปี ดูเหมือนหญิงสาวทั่วไป แต่แท้จริงแล้วเธอเป็น 1 ในผู้หญิงที่กลายเป็นประวัติศาสตร์ว่า ได้เดินทางไปเยือนครบทุกประเทศบนโลกใบนี้ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2019 

เมลิสซาเดินทางไปบังคลาเทศ ประเทศบ้านเกิดของพ่อและบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วซึ่งเป็นประเทศที่ 193 ทำให้เธอเป็นสาวเอเชียใต้คนแรกที่ไปเยือนทุกประเทศที่เป็นสมาชิกสหประชาชาติบนโลก เธอไม่มีแผนที่จะให้การเดินทางของเธอถูกบันทึกไว้ใน กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด 

“ฉันทำเพื่อตัวฉันเอง ฉันประหลาดใจมากเลยทีเดียวที่คนอยากจะเดินทางไปนอกโลก หรือพิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์มากกว่าจะไปทุกประเทศบนโลก"

 

ขาวเอเชียผู้เดินทางครบทุกประเทศบนโลก1

 

ความสำเร็จของเมลิสซาเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยากเพราะเมื่อยังเด็ก เธอแทบจะไม่ได้เดินทางไปไหนเลย เธอเกิดในมิดเวสต์เทินน์ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ในรัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา และมาโตที่รัฐอินเดียนา พ่อแม่เธอหย่ากันตอนเธออายุ 6 ขวบ เธออยู่กับแม่ที่เป็นผู้อพยพที่ทำงานหนักและพูดภาษาอังกฤษแทบไม่ได้ การเดินทางท่องเที่ยวเป็นเรื่องไกลตัวเพราะไม่มีเงิน

อย่างไรก็ตาม เมลิสซาก็มีความฝันอยากออกจากเมืองเล็กๆ ที่เธออาศัยอยู่เพื่อไปดูโลกภายนอก เธอว่า เธอไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมบางคนไม่อยากไปไหนเลยและเลือกที่จะนั่งจับเข่าอยู่กับบ้าน

เธอเริ่มออกเดินทางเมื่ออายุ 19 ปี โดยเดินทางเพียงคนเดียวเพื่อไปเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัยเพพเพอร์ดีน กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา เธอเริ่มติดใจการเดินทางเสียแล้ว ปีต่อมา เธอลงเรียนใน ‘มหาวิทยาลัยลอยน้ำ’ โดยนักศึกษาจะได้ล่องเรือสำราญไปเรียนและรู้จักประเทศที่เรือเทียบท่า เธอและเพื่อนนักศึกษาเดินทางรอบโลกในเวลา 100 วัน “เพียงเทอมเดียวเท่านั้น ฉันได้เห็นโลกและสิ่งต่างๆ มากกว่าคนที่อาจจะไม่ได้เห็นในชีวิตหนึ่งก็ได้”

ตอนแรก เมลิสซาไม่ได้ตั้งใจเดินทางไปเยือนทุกประเทศหรอก เพราะเธอไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ แต่เสียงเรียกร้องให้เธอเดินทางก็ดังอยู่ตลอดเวลาทำให้เธอต้องเดินทางราว 8 เดือนในแต่ละปี เมื่ออายุ 29 ปี เธอเดินทางไปมาแล้ว 66 ประเทศ เธอจึงตั้งเป้าว่าจะไปให้ได้ 100 ประเทศและไปให้ครบ 7 ทวีปก่อนวันเกิดปีที่ 30 ตกลงว่า ฉันได้ไปฉลองวันเกิดอายุ 30 ปีที่แอนตาร์กติกากับเพนกวินเจนทูซึ่งเป็น 1 ของสัตว์ที่เธอรักมาก หลังจากนั้น เธอก็ยังเดินทางต่อไปให้ครบประเทศที่เป็นสมาชิกของสหประชาชาติ

 

ขาวเอเชียผู้เดินทางครบทุกประเทศบนโลก3

เธอไปฉลองวันเกิดในวัย 30 ปี ที่แอนตาร์กติกากับแพนกวินเจนทู หนึ่งในสัตว์ที่เธอรักมาก

 

เมื่อถามถึงค่าใช้จ่าย เมลิสซาเล่าว่า เธอไม่มีสปอนเซอร์หรือเงินบริจาค เธอจ่ายเงินด้วยตัวเอง ในช่วงประมาณ 10 ปีแรก เธอจะกลับไปบ้านที่ฮอลลีวู้ด ไปออกรายการทีวี ทำโฆษณา มิวสิกวิดีโอหรืองานอะไรก็ได้ที่ยืดหยุ่นเพื่อให้เธอจัดตารางเดินทางได้

เธอเล่าว่า งบเดินทางของเธอเป็นแบบประหยัด เธอโชคดีที่ได้ทำงานในฮอลลีวู้ดที่ได้เงินเดือนดีทีเดียว นอกจากนี้ การลงทุนในหุ้นและพันธบัตรก็โชคดีที่ได้กำไร ทำให้เธอสามารถเดินทางได้อย่างที่หวัง เธอเลือกจำนวนประเทศที่เธอไปจากจำนวนรัฐสมาชิก 193 ประเทศของสหประชาติ แต่ก็มี 2 ประเทศที่ยังไม่เป็นสมาชิกโดยสมบูรณ์ นั่นคือ ปาเลสไตน์และกรุงวาติกัน ส่วนไต้หวันนั้นอยู่ภายใต้จีน กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดรายงานว่า มี 196 ประเทศ แต่เธอก็ถือตามสหประชาชาติเพื่อให้ง่ายและถูกต้องที่สุด เธอเคยไปประเทศที่มีปัญหาการปกครอง เช่น โคโซโว ซาฮาราตะวันตก ฮ่องกง ทิเบต ซึ่งแสดงว่า เธอไปมากว่า 200 ประเทศแล้ว

เมื่อถามว่า ทำไมเธอไม่ต้องการอยู่ในกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด เธอว่า สิ่งที่เธอทำไม่ใช่สิ่งที่กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดต้องการ เพราะเธอไม่ได้ต้องการทำความเร็วและเธอไม่สามารถเป็นผู้หญิงที่อายุน้อยที่สุดที่เดินทางรอบโลก เพราะ เล็กซี อัลฟอร์ด เพื่อนของเธอทำไว้แล้วเมื่ออายุ 21 ปี 

“ฉันทำเรื่องนี้เพื่อลูกหลานของฉันในอนาคตจะได้เล่าให้ลูกหลานฟังว่า คุณยายของพวกเขาบ้าบอแค่ไหน" และหากต้องส่งเอกสารให้กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดจำนวนมาก เช่น หลักฐานกว่า 7,000 ชิ้น พยานเอกสารมากมายจะทำให้หมดสนุก แต่เธอก็ให้ความเคารพคนที่ทำได้นะ

สำหรับประเทศสุดท้ายในแผนการเดินทางครั้งนี้ เธอเลือก ‘บังคลาเทศ’ เพื่อให้เกียรติแก่พ่อและบรรพบุรุษของเธอ

 

ขาวเอเชียผู้เดินทางครบทุกประเทศบนโลก2

บัคลาเทศ เป็นประเทศที่ 193 ที่เธอไปเยือนพร้อมกับแม่

พ่อของเธอเสียชีวิตตั้งแต่เธออายุ 6 ปี การไปบังคลาเทศนี้ให้ความประทับใจเธอหลายอย่างเพราะเธอต้องการไปที่ประเทศนี้มานานแล้ว ความประทับใจประการหนึ่งคือ ได้ไปกับแม่ของเธอ ทั้งสองไม่เคยไปที่นั่นเลยและเป็นประเทศแรกที่เธอได้เดินทางไปกับแม่

เมลิสซากล่าวว่า เธอต้องการเป็นกำลังใจให้คนอื่น “การเดินทางแบบมีงบน้อยนั้น ฉันต้องการแสดงให้โลกเห็นว่า ไม่ว่าคุณจะมาจากไหนหรือมีเงินทองเท่าไหร่ก็ไม่มีปัญหา ขอเพียงแต่คุณเปิดใจและความต้องการที่จะติดต่อกับคนอื่นๆ”

ที่มา: ฟอร์บส