‘1MDB’ เกี่ยวพันยังไงกับ ‘The Wolf of Wall Street’

February 24, 2020
by ทัศนีย์ สาลีโภชน์

ตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างหนังดังเรื่อง The Wolf of Wall Street ที่มีดาราเบอร์ใหญ่ของฮอลลีวูดระดับ ลีโอนาร์โด ดีคาปริโอ เล่นด้วย กับคดียักยอกเงินสุดอื้อฉาวจากกองทุน 1MDB ที่กำลังเป็นเผือกร้อนของรัฐบาล

ภาพยนตร์ The Wolf of Wall Street ถูกโยงใยว่ามีเอี่ยวกับการยักยอกเงินกองทุน 1MDB ของมาเลเซีย เป็นคดีความขึ้นโรงขึ้นศาลในสหรัฐมาตั้งแต่ปี 2016 และปิดคดีไปในปี 2017 แล้ว แต่เรื่องนี้ได้กลับมาอยู่ในความสนใจของคนไทยอีกครั้งเมื่อ ช่อ-พรรณิการ์ วานิช อดีต ส..บัญชีรายชื่อ และอดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ออกมากล่าวหารัฐบาลไทยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มาเลเซียนี้

 

เราจะมาย้อนรอยความเกี่ยวพันระหว่างหนังดังเรื่องนี้กับคดียักยอกเงินกองทุนเพื่อการพัฒนาและการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ของมาเลเซีย (1 Malaysia Development Bhd) ที่มีชื่อย่อว่า 1MDB ซึ่งนายนาจิบ ราซัก อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2009 กัน

 

 

The Wolf of Wall Street ที่มีชื่อไทยว่า ‘คนจะรวยช่วยไม่ได้’ เป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จากฮอลลีวู้ดที่ออกฉายเมื่อปี 2013 โดยผู้กำกับระดับตำนานอย่าง มาร์ติน สกอร์เซซี นำแสดงโดยดาราเบอร์ใหญ่ของฮอลลีวู้ดอย่าง ลีโอนาร์โด ดีคาปริโอ และมาร์โก ร็อบบี้ (ที่ตอนนั้นยังไม่มีชื่อเสียงเท่าไรนัก)

 

img3

 

The Wolf of Wall Street เป็นหนังที่ได้ทั้งเงินและกล่อง คือนอกจากจะได้รับเสียงวิจารณ์ค่อนข้างดีแล้วยังทำรายได้ไปถึง 392 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (จากเงินทุนในการสร้าง 100 ล้านดอลลาร์) แถมยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 5 สาขา รวมถึงสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

 

000_1724Q9

 

บุคคลแรกที่ทำให้หนังเรื่องนี้ถูกโยงใยเข้ากับคดีฉ้อโกงสุดอื้อฉาว 1MDB คือ นายริซา อาซิซ (Riza Aziz) ลูกเลี้ยงของนายนาจิบ ราซัก อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ซึ่งไปเปิดบริษัทโปรดักชั่นชื่อ Red Granite Pictures ขึ้นในนครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2010 เพื่อสร้างหนัง และแน่นอนว่ามีเรื่อง The Wolf of Wall Street รวมอยู่ด้วย

 

กองทุน 1MDB ที่นายนาจิบ ราซัก เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2009 เกิดกลิ่นตุ ๆ ขึ้นเมื่อมีการผิดนัดชำระหนี้เงินกู้ร่วม 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เรื่องนี้จึงตกมาอยู่ในความสนใจของหลายฝ่ายจนรัฐบาลของนายนาจิบถูกกดดันให้ตั้งคณะทำงานพิเศษขึ้นเพื่อสอบสวนเรื่องนี้

 

000_Hkg10211249

 

เดือนกรกฎาคม 2015 หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal และ Sarawak Report ออกมาเปิดโปงว่ามีการผ่องถ่ายเงินเกือบ 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากกองทุน 1MDB เข้าบัญชีส่วนตัวของนายนาจิบ ทำให้หลายประเทศ รวมถึงสหรัฐ เปิดการสอบสวนเรื่องนี้อย่างจริงจัง

 

เดือนกรกฎาคม 2016 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐยื่นฟ้องแพ่งเพื่อยึดทรัพย์สินที่ถูกกล่าวหาว่าซื้อมาด้วยเงินที่ยักยอกมาจากกองทุน 1MDB ซึ่งทรัพย์สินที่ว่าก็รวมถึงหนังฮอลลีวูด 3 เรื่องจากค่าย Red Granite Pictures ของนายริซา อาซิซ ได้แก่ Wolf of Wall Street (2013) Dumb and Dumber 2 (2014) ที่นำแสดงโดย จิม แคร์รี และ Daddy’s Home (2015)

 

red-granit-pictures-logo

 

ปี 2017 ทาง Red Granite ยอมจ่ายเงินไกล่เกลี่ยคดีกับทางการสหรัฐเป็นมูลค่า 60 ล้านดอลลาร์ แต่ระบุว่าการจ่ายเงินครั้งนี้ไม่ได้เป็นการยอมรับว่าทางบริษัทกระทำผิดตามข้อกล่าวหา ขณะที่ทางการสหรัฐคืนเงินส่วนใหญ่ที่ยึดมาจาก Red Granite ให้กับทางการมาเลเซีย

 

ถึงแม้ว่าคดีความในสหรัฐจะจบสิ้นไปแล้วในปี 2017 แต่ภายหลังจากที่นายนาจิบ ราซัก พ่ายการเลือกตั้งให้กับนายมหาธีร์ มูฮัมหมัดในปี 2018 รัฐบาลชุดใหม่ของมาเลย์ก็รื้อฟื้นคดี 1MDB ขึ้นมาตรวจสอบอีกครั้ง แล้วในเดือนกรกฎาคม 2019 นายริซาก็ถูกรัฐบาลมาเลเซียดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงิน 5 คดี รวมถึงการยักยอกเงิน 248 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากกองทุน 1MDB ในปี 2011 และ 2012

 

ข้อมูลจากคำฟ้องร้องของทางการมาเลเซียระบุว่า นายริซาโอนเงินจากกองทุน 1MDB เข้าบัญชีธนาคารตัวเองที่สวิสเซอร์แลนด์ ก่อนจะผ่องถ่ายเงินหลายก้อน มูลค่าระหว่าง 1.2 – 133 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าบัญชีธนาคารของบริษัท Red Granite ในสหรัฐ และสิงคโปร์อีกที

 

นอกจากตั้งบริษัทโปรดักชั่น Red Granite Pictures แล้ว นายริซายังนำเงินไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ และของมีค่าอย่าง เรือยอชท์ นาฬิกาหรู งานศิลปะแพง ๆ ฯลฯ

 

นายริซาได้รับการประกันตัวออกไปด้วยสินทรัพย์มูลค่า 1 ล้านริงกิต แต่เขาก็ยังคงเดินทางไปขึ้นศาลเพื่อปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมชี้แจงว่าบริษัท Red Granite ของเขาได้ไกล่เกลี่ยเรื่องนี้กับทางการสหรัฐเสร็จสิ้นไปเรียบร้อยแล้ว

 

210313

 

นอกจากนายริซาแล้ว บุคคลสำคัญอีกคนหนึ่งที่มีเอี่ยวกับคดีนี้คือนาย Low Taek Jho หรือ โจ โล นักธุรกิจชาวมาเลเซียเชื้อสายจีนซึ่งกระทรวงยุติธรรมสหรัฐระบุว่าเป็นบุคคลสำคัญในคดียักยอกเงินกองทุน 1MDB โดยนายโจ โลเป็นคนสนิทของนายนาจิบ แล้วยังเป็นเพื่อนซี้กับนายริซาด้วย เขาจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจาธุรกิจกับบริษัทต่าง ๆ ที่มีเอี่ยวกับ 1MDB ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีตำแหน่งอะไรในกองทุนนี้ หรือมีตำแหน่งในรัฐบาลมาเลย์เลย

 

สำหรับความเกี่ยวพันระหว่างนายโจ โลกับหนัง The Wolf of Wall Street นั้น ศาลมาเลเซียได้เปิดเผยเอกสารเมื่อเดือนกันยายน 2012 ระบุว่ามีการโอนเงินเข้าบัญชีบริษัท Red Granite Productions เป็นค่าทำหนังเรื่อง Wolf of Wall Street โดยเงินดังกล่าวนั้นมาจากบริษัท Good Star ของนายโจ โลนั่นเอง

 

ความเกี่ยวพันอีกอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือในเครดิตช่วงท้ายภาพยนตร์ The Wolf of Wall Street มีการขอบคุณนายโจ โลด้วย

 

Red Granite เป็นบริษัทหน้าใหม่ในวงการฮอลลีวูดที่นายริซา และนายโจอี้ แมคฟาร์แลนด์ โปรดิวเซอร์โนเนม ร่วมกันก่อตั้งเมื่อปี 2010 ทั้งคู่ไม่มีประสบการณ์ในการทำหนังมาก่อน แต่อาศัยเส้นสายอันกว้างขวางของนายโจ โลที่ใช้ชีวิตหรูหราฟู่ฟ่า ชอบสังสรรกับคนดังในวงการบันเทิงมากมาย อาทิ ปารีส ฮิลตัน, มิแรนดา เคอร์ รวมไปถึง ลีโอนาร์โด ดีคาปริโอ

 

image-1459

 

ปารีส ฮิลตัน รู้จักกับโจ โล มานมนานตั้งแต่ปี 2009 โดยเพื่อนของเขาบอกว่า โจ โล คลั่งไคล้ในตัวปารีสมาตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ที่ Wharton School of the University of Pennsylvania แล้ว พอสบโอกาสเขาก็ติดต่อเซเล็บสาวเจ้าของทายาทเครือโรงแรมดังมาร่วมงาน โดยจ่ายค่าตัวให้ถึงแสนดอลลาร์ต่ออีเวนท์ และยังให้เธอยืมเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวไปเล่นสกีที่รีสอร์ทในแคนาดาด้วย

 

ทั้งคู่กลายมาเป็นเพื่อนสนิทกัน โดยในวันเกิดครบ 29 ปีของปารีส โจ โลได้ให้นาฬิกาคาร์เทียร์แล้วก็ชิปเล่นพนันมูลค่า 250,000 ดอลลาร์ เป็นของขวัญกับเธอ

 

ปี 2013 บริษัท Red Granite ให้เงินมาร์ติน สกอร์เซซี ทำหนัง The Wolf of Wall Street ถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านทางบริษัทของโจ โล ซึ่งทำให้เขาสนิทสนมกับ ลีโอนาร์โด ดีคาปริโอ พระเอกของเรื่อง

 

000_DV1604644

 

Red Granite ซื้อรางวัลออสการ์ที่มาร์ลอน แบรนโด ได้รับจากหนังเรื่อง On the Waterfront ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 600,000 ดอลลาร์สหรัฐ มอบให้ลีโอนาร์โด ดีคาปริโอ เป็นของขวัญวันเกิด

 

ขณะที่นายโจ โลเองได้ให้ของขวัญส่วนตัวเป็นภาพวาดชื่อ Nature morte au crâne de taureau ของปิกัสโซ มูลค่า 3.28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และภาพ Redman One ของ Basquiat มูลค่า 9.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับลีโอ

 

GettyImages-73631383

 

ความซวยจึงบังเกิดแก่ลีโอนาร์โด ดีคาปริโอ ที่ถูกเรียกตัวไปสอบปากคำในคดี 1MDB ด้วย ซึ่งเขาก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และยอมมอบของขวัญทั้งหมดที่ได้มาจากบริษัท Red Granite และนายโจ โลให้กับรัฐบาลสหรัฐฯ

 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าหนังเรื่อง The Wolf of Wall Street จะทำให้ลีโอนาร์โดต้องเข้าไปเอี่ยวกับคดีฉ้อโกงครั้งประวัติศาสตร์ แต่มันก็ทำให้เขาได้รับรางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมไปครอง ซึ่งเขาได้กล่าวขอบคุณนายริซาด้วยตอนที่ขึ้นไปรับรางวัล

 

miranda

 

มิแรนดา เคอร์ ซูเปอร์โมเดลชาวออสเตรเลีย อดีตภรรยาของออร์แลนโด บลูม เป็นอีกคนที่สนิทสนมกับนายโจ โลถึงขั้นเคยคบหาดูใจกันมาก่อน

 

มิแรนดาไปร่วมงานดินเนอร์ที่โลจัดขึ้นในย่านแมนฮัตตันต้นปี 2014 ตอนนั้นเธอเพิ่งหย่าจากออร์แลนโด และกำลังกระตือรือร้นที่จะหาทางโปรโมทธุรกิจสกินแคร์ยี่ห้อ KORA Organics ของตัวเองจึงทำให้คุยกันถูกคอกับโจ โล จนกระทั่งพัฒนากลายมาเป็นความสัมพันธ์โรแมนติก โดยในวันวาเลนไทน์ปีนั้น เขาได้มอบสร้อยเพชรที่สลักชื่อย่อของเธอเอาไว้ มูลค่าถึง 1.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นของขวัญ

 

วันเกิดปีที่ 31 ของมิแรนด้า โจ ดล จัดงานปาร์ตี้สุดหรูให้ แถมยังเชิญนักร้องดังระดับ Salt-N-Pepa และ Vanilla Ice มาแสดงในงาน แล้วในเดือนกรกฎาคม 2014 โลยังพามิแรนด้าล่องเรือรอบอิตาลี และเกาะ Corfu ของกรีซ เป็นเวลาถึง 10 วัน บนเรือยอชท์ส่วนตัวของเขา

 

นอกจากนี้ยังมีคนดังอีกมากมาย ทั้ง อลิเซีย คีย์ส, เจมี่ ฟ็อกซ์, ลินเซย์ โลฮาน, คิม คาร์ดาเชียน ฯลฯ ที่สนิทสนมกับนายโจ โลคนนี้

 

ปัจจุบัน โจ โลกลายเป็นผู้ต้องหาตามหมายแดงของตำรวจสากล ล่าสุด ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนกลางของมาเลเซียเปิดเผยเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า มีข้อมูลว่าเขากบดานอยู่ในเมืองอู่ฮั่น ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และยังไม่มีรายงานว่าเดินทางออกจากประเทศจีนไปแล้ว

 

000_DV1604647

 

โจอี้ แมคฟาร์แลนด์ โปรดิวเซอร์หนัง The Wolf of Wall Street เป็นอีกคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอื้อฉาวของกองทุน 1MDB แต่เขาให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Page Six ปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องว่าเงินทุนสร้างหนังเรื่องนี้ รวมถึงของขวัญล้ำค่าหลายชิ้นที่เขาได้รับมาจากนายโจ โลว อาทิ โปสเตอร์หนัง King Kong เวอร์ชั่นฝรั่งเศสที่เป็นของเก่าหายาก ภาพของ Jean-Michel Basquiat และนาฬิกาหรูหลายเรือน เป็นเงินที่ได้มาจากการยักยอก

 

59784931_10157693478223465_3824410648985468928_o

 

คนสุดท้ายคือ จอร์แดน เบลฟอร์ต (Jordan Belfort) ที่เรื่องราวของเขาถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง The Wolf of Wall Street โดยเมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา เขาได้ออกมาฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจาก Red Granite เป็นเงิน 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนับเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของหนังเรื่องนี้กับคดี 1MDB

 

เบลฟอร์ตเป็นอดีตโบรกเกอร์ในวอลสตรีทที่ใช้กลโกงยักยอกเงินจากนักลงทุนในตลาดจนร่ำรวย ตอนหลังเขาได้นำเรื่องนี้มาเขียนหนังสือบันทึกความทรงจำเรื่อง The Wolf of Wall Street ขาย ที่ขายดีจนถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปสร้างเป็นหนัง แต่กลับกลายเป็นตลกร้ายเมื่อหนังที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการต้มตุ๋นหลอกลวงกลับถูกสร้างมาจากเงินทุนที่ถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับการฉ้อฉลเช่นกัน

 

นายเบลฟอร์ตบอกว่าตัวเองต้องตกเป็นเหยื่อในคดี 1MDB ไปด้วย โดยเขาขายลิขสิทธิ์ในการนำหนังสือบันทึกความทรงจำที่ชื่อ The Wolf of Wall Street ไปสร้างเป็นหนังให้แก่บริษัท Red Granite ในปี 2011 ซึ่งเขาอ้างว่าคงไม่ขายลิขสิทธิ์ให้ถ้ารู้ว่าหนังเรื่องนี้ใช้เงินสกปรกมาสร้าง

 

เบลฟอร์ตบอกด้วยว่าการที่หนัง The Wolf of Wall Street เข้าไปมีเอี่ยวกับคดี 1MDB ทำให้เขาหมดโอกาสทำเงินจากหนังสือบันทึกของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ตัวเขาก็ถูกหลอกเรื่องที่มาของเงินทุนในการสร้างหนัง โดยตอนนั้นเขาเชื่อนายริซาที่อ้างว่าได้เงินมาจากนักลงทุนเอกชนที่ร่ำรวย และบริษัท Goldman Sachs