Mulan เปิดตัวสวนกระแส COVID-19

March 16, 2020
by ทัศนีย์ สาลีโภชน์

ผู้สร้างหนัง Mulan 2020 หวัง ‘จิตวิญญาณความเป็นนักสู้’ ของ ‘ฮัวมู่หลาน’ จะช่วยให้คนมีพลังใจ และความเข้มแข็งมากขึ้นในสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าระบาด เตรียมส่งหนังเข้าโรงฉาย 27 มีนาคมนี้ พร้อมกันทั่วโลก

ท่ามกลางกระแสข่าวหนังฟอร์มยักษ์หลายเรื่องต้องเลื่อนการฉายออกไปอย่างไม่มีกำหนดเพราะการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่เริ่มขยายวงกว้างออกไปทั่วโลก

ทว่า ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จากค่ายดิสนีย์เรื่อง Mulan กลับจัดงานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ณ โรงภาพยนตร์ดอลบี้ ในนครลอสแองเจลีส ประเทศสหรัฐอเมริกา ไปเมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา โดยนอกจากนักแสดงนำอย่าง หลิวอี้เฟย, ดอนนี่ เยน ฯลฯ จะไปร่วมงานกันอย่างคับคั่งแล้ว นักร้องหญิงคนดังระดับโลก คริสตินา อากิเลรา ผู้ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ 2 เพลงก็ไปร่วมงานด้วย

 

000_1PR02E

000_1PR00S

Credit : AFP

Mulan ภาคนี้เป็นภาพยนตร์ live action หรือภาพยนตร์ที่นำคนจริงๆ มารับบทเป็นตัวละครในนิทานหรือเทพนิยาย โดย Mulan นั้นสร้างมาจากนิทานพื้นบ้านของจีนเกี่ยวกับวีรสตรีชื่อ ฮัว มู่หลาน ที่ปลอมตัวเป็นผู้ชายเพื่อออกรบในสงครามแทนพ่อผู้ชรา โดยดิสนีย์เคยนำนิทานพื้นบ้านเรื่องนี้ไปสร้างเป็นภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นเมื่อปี 1998 มาแล้ว

นิกิ คาโร ผู้กำกับ Mulan ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวซินหัวในวันเปิดตัวภาพยนตร์ว่า เธอหวังว่าจิตวิญญาณแห่งความเป็นนักสู้ของมู่หลานจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วโลกได้ในช่วงเวลาที่ยากลำบากอันสืบเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา

การเดินทางอันมหัศจรรย์ของเรากับมู่หลานเริ่มขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อน ระหว่างการเตรียมการและขั้นตอนการผลิตภาพยนตร์ เราได้ใช้เวลาอันยอดเยี่ยมในจีน ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่การเฉลิมฉลองวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันรุ่มรวยเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงชาวจีนด้วย แล้วในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ เราหวังว่าจิตวิญญาณความเป็นนักสู้ของมู่หลานจะเป็นแรงบันดาลใจให้ทั่วโลกต่อไป”

ส่วนที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ก็ยังคงมีการจัดฉายภาพยนตร์ MULAN รอบพรีเมียร์ยุโรปขึ้นตามกำหนดเดิมในวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา

000_1PU95L

000_1PU95K

Credit : AFP

แผ่นป้ายเขียนข้อความระบุให้ผู้เข้าร่วมงานฉายหนัง MULAN รอบพรีเมียร์ยุโรป ณ โรงภาพยนตร์ Odeon Luxe Leicester Square ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ใช้เจลฆ่าเชื้อทำความสะอาดมือก่อนเข้าร่วมงาน เมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา

 

MV5BMTIwYmRmMDUtOTYyNC00NDhjLWI4MTEtZWMwN2M4OWYwNGUxXkEyXkFqcGdeQXVyNDEyNjEzOTg@._V1_SY1000_SX1500_AL_

 

Mulan เวอร์ชั่นนี้นำแสดงโดย หลิวอี้เฟย ที่ได้รับเลือกให้มาเล่นเป็นฮัวมู่หลานหลังจากที่มีการแคสติ้งร่วมพันคนเพื่อเฟ้นหาตัวนักแสดงมาเป็นเวลานานนับปี นอกจากนี้ยังมีดาราใหญ่อย่าง กงลี่ มารับบทแม่มดผู้ทรงอำนาจ ดอนนี่ เยน รับบทผู้บัญชาการกองทัพ และเจ็ตลี หรือหลี่เหลียนเจี๋ย รับบทจักรพรรดิจีน

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า Mulan จะมีกำหนดเข้าฉายพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 27 มีนาคม แต่หลายประเทศอย่าง เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีน ได้เลื่อนการฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ออกไปก่อน โดยจีนยังไม่ได้ประกาศวันฉายออกมา ขณะที่เกาหลีใต้ขอเลื่อนการฉายออกไปอย่างไม่มีกำหนด ส่วนญี่ปุ่นนั้น Walt Disney Animation Japanได้เลื่อนการฉาย Mulan จากเดือนเมษายนไปเป็นวันที่ 22 พฤษภาคม

16952_1908172011103x_93

 

ถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้หลิวอี้เฟยจะพำนักอยู่ในกรุงปักกิ่ง ทว่าพื้นเพเดิมของเธอมาจากเมืองอู่ฮั่น ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า โดยเธอย้ายออกมาจากที่นั่นตั้งแต่ตอนที่อายุ 10 ขวบ

เมื่อถามถึงเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า นักแสดงสาววัย 32 ปีกล่าวว่า เพียงแค่คิดมันก็หนักหนาสาหัสสำหรับเธอจริง ๆ และหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์มาทำให้มันจบลงในเร็ววัน

แน่นอนว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าได้สร้างแรงกดดันให้กับผู้สร้างรวมถึงนักแสดงเรื่อง Mulan เป็นอย่างมาก โดยดิสนีย์ใช้ทุนสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ไปถึง 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นหนัง live action ที่ใช้ต้นทุนสูงที่สุดเรื่องหนึ่งของค่าย

เท่านั้นยังไม่พอ Mulan ยังถือเป็นภาพยนตร์จากค่ายดิสนีย์เรื่องแรกที่ใช้นักแสดงเป็นชาวเอเชียทั้งหมด แล้วยังเป็นหนังเรื่องแรกที่ได้เรท PG-13 (เพราะฉากสู้รบ) ด้วย ซึ่งทำให้มันกลายเป็นหนัง live action ที่มีความเสี่ยงมากที่สุดเรื่องหนึ่งของดิสนีย์ที่ได้ชื่อว่าเป็นค่ายหนังสำหรับเด็กกันเลยทีเดียว

ในส่วนของตัวหลิวอี้เฟยนั้นได้ให้สัมภาษณ์ The Hollywood Reporter เอาไว้เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่าเธอพยายามอย่างหนักที่จะไม่คิดเรื่องพวกนี้เพราะเกรงว่ามันจะกลายมาเป็นแรงกดดันกับตัวเอง

ทั้งนี้ Hollywood Reporter ได้วิเคราะห์เอาไว้ว่าภาพยนตร์ Mulan นั้นมีความเสี่ยงมาตั้งแต่ก่อนที่ไวรัสโคโรน่าจะระบาดแล้ว ไล่มาตั้งแต่ท่าทีที่คาดเดาไม่ได้จากทางการจีน ซึ่ง Mulan ฉบับภาพยนตร์แอนิเมชั่นเคยได้รับบทเรียนมาก่อน

 

000_1PS5G7

 Credit : AFP

โดยตอนที่ออกฉายเมื่อปี 1998 นั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้มีกระแสตอบรับดีมาก ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลทั้งจากเวทีออสการ์ และลูกโลกทองคำ แถมยังกวาดรายได้ทั่วโลกไปกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (475 ล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน) ทว่า ความสำเร็จทั่วโลกกลับนำมาใช้ที่จีนไม่ได้

Mulan ฉบับภาพยนตร์การ์ตูน ไม่ประสบความสำเร็จด้านรายได้ที่จีนเนื่องจากถูกทางการจีนดอง ไม่ให้เข้าฉายเป็นเวลานานเกือบปีเนื่องจากไม่พอใจที่เมื่อปี 1997 ดิสนีย์ไฟเขียวให้ฉายหนังเรื่อง Kundun ของผู้กำกับมาร์ติน สกอร์เซซี ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับองค์ทะไลลามะรับมือกับการที่จีนเข้าไปยึดครองทิเบต

พอตอนที่ทางการจีนยอมให้ Mulan เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในเดือนกุมภาพันธ์ 1999 เด็กๆ ส่วนใหญ่ก็กลับเข้าเรียนหมดแล้วหลังจากที่เพิ่งหยุดยาวช่วงวันตรุษจีน แถมแผ่นก๊อปปี้ก็มีออกมาวางขายกันเกลื่อนไปหมด เพราะหนังเรื่องนี้ออกฉายที่อื่นไปแล้วนั่นเอง

ด้วยเหตุนี้เอง พอ Mulan ฉบับคนแสดงจริงมีกำหนดเข้าฉาย ทางดิสนีย์จึงได้เตรียมแผนรับมือแผ่นก๊อปปี้เอาไว้ด้วยการจะให้เข้าโรงฉายที่จีนพร้อมกันกับทั่วโลก ซึ่งเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน แต่ทว่า ไวรัสโคโรนากลับมาทำให้แผนการนี้พังลงไปอีก

ส่วนปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจทำให้ Mulan มีความเสี่ยงเรื่องรายได้ก็มีทั้งเรื่องที่หลิวอี้เฟยไปโพสต์แสดงการสนับสนุน และเรื่องที่หลายคนไม่พอใจว่าทำไมไม่ให้คนเอเชียเป็นคนกำกับหนังเรื่องนี้ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับเอเชียแท้ ๆ แต่ยังโชคดีที่กระแสความไม่พอใจลดลงเมื่อนักแสดงทุกคนในเรื่องเป็นชาวจีนด้วยกันทั้งหมด

ที่สำคัญ หลิวอี้เฟย ถือเป็นตัวเลือกที่ลงตัวมากสำหรับบท ฮัวมู่หลาน เพราะนอกจากจะพูดภาษาอังกฤษได้ดีแล้ว (เธอตามแม่ไปอาศัยอยู่ที่นิวยอร์กตั้งแต่เด็ก) เธอยังเป็นนักแสดงที่โด่งดังเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีในหมู่ชาวจีน

ในส่วนของดิสนีย์เองนั้นก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ Mulan ประสบความสำเร็จในตลาดจีน รวมถึงการนำไปทดลองฉายให้ชาวจีนดูก่อนเพื่อดูกระแสตอบรับ โดยในเวอร์ชั่นแรกนั้นมีฉากมู่หลานจูบลากับคนรักบนสะพานก่อนที่จะต้องแยกจากกันไป ซึ่งผู้กำกับคาโรบอกว่าเป็นฉากที่งดงามมาก ทว่า ผู้บริหารดิสนีย์ที่เป็นคนจีนกลับบอกว่าฉากนี้ใช้ไม่ได้สำหรับคนจีน ทำให้ทางทีมงานต้องตัดฉากนี้ทิ้งไป

สิ่งต่าง ๆ ที่ดิสนีย์ทำลงไปแสดงให้เห็นว่าทางค่ายวางเดิมพันเอาไว้กับเรื่องนี้สูงมาก ขณะที่ผู้กำกับคาโรเองก็ได้บอกเอาไว้ว่า ความสำเร็จของ Mulan ในจีนนั้นมีความสำคัญที่มากกว่าเรื่องรายได้ เพราะภาพยนตร์เรื่องเป็นภาพยนตร์ของชาวจีนนั่นเอง