‘ฮอลสตัทท์’ การท่องเที่ยวคือคำสาป?

January 30, 2020
by มาริสา

มันเป็นทั้งคำสาปและของขวัญสำหรับคนท้องถิ่น เพราะความเป็นส่วนตัวของพวกเขาได้รับผลกระทบ

 

พวกเราหลายคนคงมีโอกาสได้ชมภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดชื่อดัง Frozen หรือที่มีชื่อไทยว่า ‘ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ’ ทั้งภาคแรกและภาคสองกันบ้างแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์เพลงแนวแฟนตาซี-คอเมดี้ที่ใช้คอมพิวเตอร์แอนิเมชั่น 3 มิติซึ่งอำนวยการสร้างโดย วอลท์ ดิสนีย์ แอนิเมชั่นสตูดิโอ

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องเล่าเรื่อง ราชินีหิมะ ของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน นักเขียนชื่อดังซึ่งเล่าเรื่องราวของ เจ้าหญิงผู้กล้าหาญที่เดินทางผจญภัยไปกับ คริสตอฟฟ์ กวางเรนเดียร์ และมนุษย์หิมะ (โอลาฟ) เพื่อค้นหาพี่สาวซึ่งมีพลังน้ำแข็งที่ทำให้อาณาจักรตกอยู่ภายใต้ฤดูหนาวชั่วนิรันดรโดยไม่ได้ตั้งใจ และไม่รู้ตัวว่าได้ทำอะไรลงไป

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นแนวแอนิเมชั่น โดยสร้าง อเรนเดล (Arendelle) เมืองแห่งน้ำแข็งในจินตนาการขึ้นมา แต่ผู้ที่เป็นแฟนคลับของภาพยนตร์เรื่องนี้เชื่อว่า ผู้สร้างได้รับแรงบันดาลใจจากเมืองฮอลสตัทท์ (Hallstatt) ในประเทศเล็กๆ ที่สวยงามอย่างออสเตรีย เมืองนี้ตั้งอยู่แถบภูเขาซาลซ์กัมเมอร์กัต (Salzkammergut) ของเทือกเขาอัลไพน์ บ้านเรือนในฮอลสตัดด์มีรูปร่างเหมือนกล่องช็อคโกแลต ล้อมรอบด้วยภูเขาซึ่งมีหิมะปกคลุม น้ำในทะเลสาบที่นี่ใสเหมือนคริสตัล เมืองนี้เป็นเสมือนเมืองในเทพนิยายเลยทีเดียว นั่นเองเป็นที่มาที่ทำให้คนเชื่อว่า เมืองนี้เป็นเมืองที่ใช้เป็นฉากหลังของภาพยนตร์ดังเรื่องนี้

เมืองนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนจำนวนมากมาหลายปีแล้ว นับตั้งแต่ยูเนสโกให้ที่นี่เป็นมรดกโลกเมื่อปี 1997 นักท่องเที่ยวจากเอเชีย โดยเฉพาะจากจีนแผ่นดินใหญ่หลั่งไหลมาที่นี่หลังจากที่มีการสร้างเมืองฮอลสตัทท์จำลองที่มณฑลกวางตุ้งของจีนเมื่อปี 2011 ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้มากขึ้น ซึ่งแน่นอนก็เพิ่มปัญหาให้เมืองนี้มากขึ้นด้วย

 

ฮอลสตัทท์2

ภาพยนตร์เรื่อง Frozen ผจญภัยในดินแดนหิมะภาคแรกออกฉายในปี 2013

 

เมืองนี้มีประชากรเพียง 780 คนเท่านั้น แต่ปัจจุบัน จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มเป็น 10,000 คนต่อวันแล้ว ตอนนี้ ทางการของเมืองกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อหาทางรับมือกับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น มิเชล โนลล์ ผู้จัดการของบอร์ดการท่องเที่ยวของเมืองให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นเอ็นว่า จะต้องมีการเน้นไปที่การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพในอนาคตนี้

เมืองนี้มีอุตสาหกรรมเหมืองเกลือเป็นอุตสาหกรรมหลัก เริ่มมีชื่อเสียงตอนต้นศตวรรษที่ 19 เมื่อถูกค้นพบโดยนักเขียนนวนิยายและศิลปินแนวโรแมนติก ผู้ซึ่งประทับใจกับสถาปัตยกรรมแนวบาโรคเหมือนกับบรรดาสาวกโซเชียลมีเดียและอินสตาแกรมที่ต่างพากันหลงใหลเมืองนี้ในปัจจุบัน

ภาพยนตร์เรื่อง Frozen ภาคแรกออกฉายในปี 2013 ทำให้เมืองต้องรับมือกับนักท่องเที่ยวที่มากขึ้น โดยในปี 2017 สื่อท้องถิ่นของออสเตรีย The Local Austria รายงานว่า เมืองนี้ต้องจ้างเจ้าหน้าที่ประจำการที่โบสถ์เพื่อห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปรบกวนพิธีทางศาสนาในโบสถ์

อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวก็นำรายได้มาให้เมืองนี้ ในปี 2019 อเล็กซานเดอร์ ชูลท์ นายกเทศมนตรีขอเงมืองให้สัมภาษณ์เว็บไซท์ News.cn ของจีนว่า เงินดอลลาร์จากนักท่องเที่ยวกลายเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจของเมืองไปแล้ว

นอกจากนี้ โวโลดิมายร์ มูซูร็อก ซึ่งเป็นผู้จัดทำบัญชีอินสตาแกรมด้านท่องเที่ยวในออสเตรียรวมทั้ง @Hallstatt_Gram กล่าวว่า รูปภาพของเมืองฮอลสตัทท์ได้จำนวนไลค์และมีคนเข้าไปดูมากกว่าเมืองอื่นๆ

โนลล์กล่าวว่า “เมืองนี้มีชื่อเสียงมากขึ้นทุกวัน ตอนนี้ มีร้าน เกสต์เฮาส์และสถานที่ท่องเที่ยวเปิดใหม่มากขึ้น” เธอกล่าวกับซีเอ็นเอ็น เมื่อมีคนโพสต์ภาพเมืองในอินสตาแกรม ผู้ที่ติดตามเขาก็อาจจะอยากมาที่นี่ เธอกล่าวว่า ไม่ใช่เฉพาะนักท่องเที่ยวเท่านั้นที่โพสต์เรื่องราวของเมืองนี้ เพราะบอร์ดการท่องเที่ยวของเมืองก็มีแคมเปญในอินสตาแกรมและ
เฟซบุ๊คด้วยเช่นกัน

 

ฮอลสตัทท์

วิวมุมสูงของเมืองฮอลสตัทท์

มอร์แกน ปิแอร์ ครูจากรัฐคอนเนตติกัต สหรัฐอเมริกามาเที่ยวที่เมืองพร้อมกับครอบครัวช่วงอีสเตอร์ปี 2018 ตอนนั้น เธอกำลังเรียนในยุโรป พวกเธอไม่ได้รู้เรื่อง Frozen แต่แวะทานข้าวที่นี่และเพื่อดูวิวทิวทัศน์ ปิแอร์ชอบถ่ายรูป ดังนั้น การมาที่นี่ก็เพื่อถ่ายรูปสวยๆ แต่เธอว่า เพราะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก การถ่ายภาพโดยไม่ให้มีนักท่องเที่ยวอยู่ในภาพเป็นเรื่องยากมาก

เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2019 เกิดไฟไหม้ตึกแถวริมน้ำ นายกเทศมนตรีเตือนนักท่องเที่ยวไม่ให้ไปที่นั่นเพราะกลัวอันตราย “ตอนนั้นมีการซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย ก็เป็นสิ่งที่ดีเพราะมีนักท่องเที่ยวน้อยลง” โนลล์กล่าว แต่ก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเหมือนกันเพื่อดูส่วนที่เสียหาย

นายกเทศมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า เขาต้องการให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงประมาณ 1 ใน 3 สถานการณ์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเป็นปัญหา มันเหมือนเป็นทั้งคำสาปและของขวัญสำหรับคนท้องถิ่นเพราะความเป็นส่วนตัวของพวกเขาได้รับผลกระทบ

ปิแอร์กล่าวว่า เมื่อเธอไปเที่ยวที่อัมสเตอร์ดัมและเวนิส เธอสังเกตว่า มีนักท่องเที่ยวมากเช่นเดียวกัน แต่พวกเขามีกิจกรรมทำมากมายไม่เหมือนที่เมืองฮอลสตัดด์ที่นักท่องเที่ยวถ่ายรูปได้อย่างเดียว “ฉันจะกลับอีกในช่วงหน้าร้อนเพื่อชมทะเลสาบและเพื่อดูว่า ออสเตรียในหน้าร้อนเป็นอย่างไร แต่ก็ยังลังเลเพราะนักท่องเที่ยวต้องมากขึ้นกว่าหน้าหนาวแน่นอน”

โนลล์กล่าวว่า จะมีการจัดระบบรถสาธารณะใหม่ในเดือนพฤษภาคม 2020 เพื่อลดจำนวนรถและนักท่องเที่ยวโดยรถบัสและรถสาธารณะอื่นๆ รวมทั้งเรือสำราญด้วย ต้องมีการลงทะเบียนกับทางการของเมืองก่อน

ส่วนคนในพื้นที่นั้นก็เริ่มไม่พอใจกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น มูซูร็อกอาศัยอยู่ที่เมืองซาลซ์บูร์ก เขากล่าวว่า เขาคงอยู่ที่เมืองฮัลสตัทท์ไม่ได้เพราะเมืองนี้เหมือนสวนสนุก ส่วนโนลล์ซึ่งอาศัยห่างออกไปจากเมืองประมาณ 6 ไมล์ แต่เธอก็รู้สึกถึงผลกระทบจากนักท่องเที่ยว กล่าวว่า อีกแง่หนึ่งคนที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้ก็มีรายได้จากการท่องเที่ยว บางคนก็เปิดบ้านให้นักท่องเที่ยวเช่า แต่ก็ทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น

ดังนั้น ไม่ว่าจะอย่างไร การแก้ไขก็คือต้องให้มีนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพมาเที่ยวให้มากที่สุด