ลด แลก แจกทริป ‘อินเดีย’

February 5, 2020
by มาริสา

รัฐบาลอินเดีย ออกแคมเปญและมาตรการ แจกรางวัลนักท่องเที่ยว ลดค่าวีซ่า พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน กระตุ้นการเดินทางมาท่องเที่ยวอินเดียยาวถึงปี 2022

 

สัปดาห์นี้มีข่าวดีมาบอก หลังจากที่รัฐบาลอินเดียได้พยายามรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปอินเดีย ดินแดนที่มีวัฒนธรรมหลากหลายและเป็นต้นตอของศิลปะ วัฒนธรรมและภาษามากมาย ล่าสุดได้มีการออกแคมเปญและมาตรการต่างๆ มากมายที่น่าจะช่วยกระตุ้นการเดินทางได้ดียิ่งขึ้น

ใครที่เคยไปอินเดียมาแล้วน่าจะพอทราบกันดีว่า วัฒนธรรมของแต่ละที่จะแตกต่างกันไปและน่าศึกษายิ่งนัก หลายคนที่ไม่ชอบอินเดียก็จะบอกว่า ความสะอาดและสุขอนามัยยังไม่ได้มาตรฐาน ที่พักอาศัยและการบริการแก่นักท่องเที่ยวยังต้องปรับปรุง แต่สำหรับนักท่องเที่ยวหลายคน นั่นเป็นสิ่งที่ท้าทายเพื่อแลกกับได้ไปเห็นศิลปะและวัฒนธรรมของอินเดียที่เต็มไปด้วยสีสัน

รัฐบาลอินเดียก็พยายามเพิ่มตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติซึ่งหมายถึงเม็ดเงินจำนวนมหาศาล เมื่อเร็วๆ นี้ ซิงห์ พาเทล รัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวของอินเดียออกมาประกาศว่า รัฐบาลจะให้รางวัลแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาอินเดียและได้ไปสถานที่ท่องเที่ยว 15 แห่งของอินเดียภายใน 1 ปี เขาประกาศแคมเปญนี้ตอนที่ไปปิดงานประชุมการท่องเที่ยวที่จัดโดยรัฐบาลโอริสสา

เขากล่าวว่า กระทรวงท่องเที่ยวจะให้รางวัลดังกล่าวแก่นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยว 15 แห่งและมีรูปมายืนยัน แต่พาเทลกล่าวว่า เงื่อนไขคือ นักท่องเที่ยวคนนั้นต้องเดินทางมาอินเดียจากประเทศของตนเอง ณ ตอนนี้ แคมเปญนี้ให้เวลา 2 ปี จนถึงปี 2022

สำหรับผู้ชนะ ทางการอินเดียจะออกค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางของเขา พาเทลกล่าวว่า การให้รางวัลเป็นเงินนี้ไม่ควรถูกมองว่า เป็นการเอาเงินมาล่อ แต่ควรจะเป็นการให้เกียรตินักท่องเที่ยวเหล่านี้เพราะพวกเขาเป็นทูตของการท่องเที่ยวอินเดีย

เขายังกล่าวว่า โกนัก เทวสถานแห่งสุริยะเทพในเมืองปูรี รัฐโอริสสา จะถูกนำมาอยู่ในรายชื่อของสถานที่ท่องเที่ยวเด่นของอินเดีย โกนัก สร้างขึ้นในสมัยกษัตริย์นรสิงห์ที่ 1 แห่งราชวงศ์คงคา ประมาณพุทธศตวรรษที่ 14 ส่วนพิธีประกาศเรื่องนี้จะมีขึ้นเร็วๆ นี้

 

โกนัก เทวสถานแห่งสุริยะเทพในเมืองปูรี 

โกนัก เทวสถานแห่งสุริยะเทพในเมืองปูรี

 

ในขณะเดียวกัน ซูบักยา โมฮาพาตรา ประธานสหพันธ์ธุรกิจและการค้าอินเดียเสนอแนะว่า ควรมีการให้บริการรถไฟสำหรับนักท่องเที่ยวซึ่งเชื่อมระหว่างสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะที่ๆ มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปน้อย เพื่ออำนวยความสะดวกสบายในการเดินทางแก่นักท่องเที่ยว

รัฐบาลอินเดียตั้งเป้าหมายให้มีนักท่องเที่ยวมาที่อินเดีย 20 ล้านคนภายในปี 2020 จึงต้องออกมารณรงค์และคลอดมาตรการต่างๆ เพื่อถึงเป้าหมายที่วางไว้ ข้อหนึ่งคือ ลดค่าวีซ่าลงและอนุญาตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติทำวีซ่าออนไลน์ หรือ อี-วีซ่า ได้ โดยค่าธรรมเนียมสำหรับวีซ่าอายุ 5 ปี จะอยู่ที่ 80 เหรียญสหรัฐ วีซ่าอายุ 1 ปี จะอยู่ที่ 40 เหรียญและวีซ่าอายุ 1 เดือน อยู่ที่ 25 เหรียญ

นั่นคือ ค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับฤดูที่มีนักท่องเที่ยวมาก คือระหว่างเดือนกรกฎาคม-เดือนมีนาคม สำหรับช่วงนักท่องเที่ยวน้อย คือระหว่างเดือนเมษายน-เดือนมิถุนายน ค่าธรรมเนียมอาจลดลงได้จนเหลือ 10 เหรียญ

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวที่ชอบการผจญภัยและท้าทายจะมาที่อินเดียเพื่อปีนเทือกเขาหิมาลัย ทางการอินเดียจึงมีความคิดที่ต้องการเปิดให้นักท่องเที่ยวปีนเขาได้ถึง 137 ยอดซึ่งมากกว่าแต่ก่อนมาก รวมถึง ยอดเขา Kanchenjunga ซึ่งสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก อยู่บริเวณพรมแดนอินเดียกับเนปาล ซึ่งมีความสูงกว่า 8,589 เมตร นอกจากนี้ ยังรวมถึงยอดเขา Dunagiri (7,066 เมตร) และ Hardeol (7,151 เมตร)

 

เที่ยวอินเดีย 

เทือกเขาหิมาลัย

 

พาเทลกล่าวว่า ในปัจจุบัน นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินเขาหรือปีนเขา ต้องขออนุญาตจากกระทรวงมหาดไทยและกลาโหม แต่ต่อไป พวกเขายื่นขออนุญาตไปที่มูลนิธิปีนเขาแห่งอินเดียได้เลย

“จุดมุ่งหมายของเราคือ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวให้มาอินเดียมากขึ้น ดังนั้น เราต้องทำให้พวกเขาประทับใจและมีประสบการณ์ที่ดี เราต้องรองรับนักท่องเที่ยวทุกประเภท นี่เป็นเหตุผลว่า ทำไมเราถึงประดับประดาไฟที่อนุสาวรีย์สำคัญๆ เพื่อความสวยงาม พยายามเพิ่มป้ายและประกาศภาษาต่างประเทศให้มากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว

กระทรวงการท่องเที่ยวอินเดียรายงานว่า ในปี 2019 จำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างเดือนมกราคม-เดือนกรกฎาคม คือ 60,84,353 คน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า จำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 59,57,816 คน คือเพิ่มเพียง 2.1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในจำนวนนี้ นักท่องเที่ยวจากบังคลาเทศมาอินเดียเป็นอันดับ 1 ตามมาด้วยสหรัฐอเมริกา อังกฤษ มาเลเซีย จีนและศรีลังกา

นอกจากนี้ อินเดียยังพยายามชักชวนนักท่องเที่ยวจีนให้มาเที่ยว เมื่อเร็วๆ นี้ ได้เปิดสำนักงานท่องเที่ยวเต็มรูปแบบที่จีน และยังได้ติดป้ายหรือประกาศเป็นภาษาจีนในสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง ทางการอินเดียยังมีแผนที่จะติดป้ายภาษาอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลี ในสถานที่ๆ นักท่องเที่ยวจากประเทศเหล่านี้ชอบไป