African Safari ที่สุดแห่งกาฬทวีป

February 8, 2020
by เรื่อง: ชาธร โชคภัทระ ภาพ: ชาธร โชคภัทระ, The World Traveler

สวมหัวใจพรานไพรออกล่าภาพ Big 5 แล้วนอนนับดาวในแคมป์กลางทุ่งหญ้าสะวันนา

 

โรดิเซีย (Rhodesia) ถ้าผมเอ่ยถึงชื่อประเทศนี้ หลายคนคงจะงง และคงจะถามต่อว่ามันมีอยู่จริงหรือ? อยู่ตรงไหนบนแผนที่โลกล่ะ? 

แต่ถ้าผมเอ่ยชื่อ ซิมบับเว (Zimbabwe) หลายคนคงจะร้องอ๋อ... เพราะทั้งสองชื่อนี้คือประเทศเดียวกัน อยู่ในแถบแอฟริกาตอนใต้ ที่ยังคงมีสรรพชีวิตนับไม่ถ้วนโลดแล่นอยู่บนทุ่งหญ้าสะวันนาสีน้ำตาลกว้างสุดลูกหูลูกตา กล่าวกันว่า สายลม แสงแดด สายฝน ฤดูกาล และเกมส์ของนักล่ากับผู้ถูกล่าในห่วงโซ่อาหาร คือกลไกกำหนดการดำรงอยู่ของเขตอนุรักษ์หลายแห่งในประเทศนี้ นักธรรมชาติวิทยา รวมถึงช่างภาพสัตว์ป่าจากทั่วโลกจึงเดินทางสู่ซิมบับเว เพื่อซึมซับสัมผัสสุดยอดประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต ได้เวลาตามผมไปท่องโลกดิบเถื่อนของกาฬทวีปกันแล้วครับ

อยากจะเล่าถึงความสำคัญของแอฟริกาให้ฟังสักนิด ก่อนจะไปเที่ยวดูสัตว์ป่ากัน เพราะทวีปนี้มีความพิเศษมาก แม้จะฟังดูไกล ไปยากและดิบเถื่อน ทว่าก็มีเสน่ห์ จากการสำรวจของนักโบราณคดีและนักดีเอ็นเอวิทยา ทำให้ทราบว่าสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์ที่ยืนตัวตรงได้ตัวแรกถือกำเนิดขึ้นในแอฟริกาตะวันออก แล้วค่อยๆ แพร่กระจายขยายพันธุ์ผ่าเหล่าแตกกอไปเป็นมนุษย์หลายสีผิวหลากชาติพันธุ์ทุกวันนี้ 

 

Africa Safari 2

รถจิ๊ป เข้าสู่เขตป่าฮวังเก 

แอฟริกายังเป็นที่ตั้งของทะเลทรายซาฮาร่า กว้างใหญ่กว่า 9,400,000 ตารางกิโลเมตร (เป็นทะเลทรายใหญ่ที่สุดในโลก) นอกจากนี้ยังมีการสำรวจพบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกว่า 1,100 ชนิด นก 2,600 ชนิด ปลา 3,000 ชนิด และแมลงมากถึง 100,000 ชนิด ทวีปแอฟริกาจึงถือเป็น ‘อรุณรุ่งแห่งสรรพชีวิต’ บนดาวเคราะห์สีน้ำเงินดวงนี้ก็คงจะไม่ผิดนัก

เมื่ออาณาจักรธรรมชาติของแอฟริการ่ำร้องให้ไปเยือน ผมจึงบินสู่ ฮาราเร (Harare) เมืองหลวงของซิมบับเว จากนั้นก็ต่อเครื่องบินภายในประเทศไปทางตะวันตกอีก 700 กว่ากิโลเมตร สู่สนามบินนานาชาติวิกตอเรียฟอลส์ แล้วก็นั่งรถขับลงไปทางใต้อีก 116 กิโลเมตร สู่ อุทยานแห่งชาติฮวังเก (Hwange National Park) ซึ่งถือเป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติกว้างใหญ่ที่สุดในซิมบับเว ครอบคลุมเนื้อที่ 14,651 ตารางกิโลเมตร 

รถจี๊ปขับเคลื่อนสี่ล้อแรงม้าสูงที่มารับผมที่สนามบิน ขับเข้าสู่เขตป่าฮวังเกในยามเย็นย่ำพอดี ถือเป็นเวลาเหมาะเหม็งเพราะได้เวลาตื่นออกหากินของสัตว์ป่าส่วนใหญ่ในทุ่งหญ้าสะวันนา รถจี๊ปเปิดหลังคาออกหมดกลายเป็นรถเปิดประทุน วิ่งฝ่าเข้าไปตามถนนเล็กๆ ลัดเลาะคดเคี้ยวกลางทุ่งหญ้าสะวันนาอาบแสงทองสุดท้ายใกล้อัสดง อากาศเย็นลงอย่างรวดเร็ว รอบกายมีแต่พุ่มไม้ตะคุ่มๆ และต้นไม้เตี้ยๆ สลับกับทุ่งหญ้าชูสลอน ที่นี่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ไม่มีร้านค้า ไม่มีแสงสี มีแต่สัตว์ป่าเป็นใหญ่ โชคดีได้เห็นช้างป่าแอฟริกันตัวผู้สองตัวต่อสู้กัน โดยการใช้งายาวของมันงัดดันกันไปมา ไม่รู้ว่าเป็นการแย่งพื้นที่หากิน หรือแย่งตัวเมียกันแน่ แต่นั่นก็เป็นภาพน่าตื่นตาสุดๆ จนทำให้หัวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะเมื่อได้เผชิญกับสองตาตัวเอง

 

Africa Safari 5

กวางน้อยและม้าลาย ที่อุทยานแห่งชาติฮวังเก

อุทยานแห่งชาติฮวังเก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1928 ตัวอุทยานฯ ตั้งอยู่บริเวณขอบของ ทะเลทรายคาลาฮารี (Kalahari Desert) ต่อกับแม่น้ำแซมเบซี (Zambezi River) ช่วงฤดูฝนอุทยานฯ จึงเขียวขจีอุดมด้วยสัญญาณแห่งชีวิต เกิดมีบ่อน้ำและสายธารธรรมชาติสร้างความชุ่มฉ่ำแก่สัตว์ป่านับไม่ถ้วน จากการสำรวจพบว่าที่นี่มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอยู่กว่า 100 ชนิด และนก 400 ชนิด ในจำนวนนั้นเป็นสัตว์กินพืชขนาดใหญ่ 19 ชนิด และสัตว์กินเนื้อที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหารอีก 9 ชนิด แน่นอน...ในนั้นต้องมีสิงโตและเสือดาวรวมอยู่ด้วย ซึ่งก็ตรงกับความตั้งใจของผม เพราะทริปนี้อยากจะมาตามถ่ายภาพ 'Big 5' ของแอฟริกาให้ได้มากที่สุด ทั้ง สิงโต, เสือดาว, ช้างป่า, ควายป่า และแรด

แคมป์กลางทุ่งหญ้าสะวันนาที่ผมพักอิงกายมีชื่อเก๋ไก๋ว่า มาคาโลโล่แคมป์ (Makalolo Camp) ลักษณะเหมือนที่เราเห็นในหนังฝรั่ง ช่วงศตวรรษที่ 19 ซึ่งพวกนักสำรวจผู้มีอันจะกินออกมาค้างอ้างแรมกันกลางป่า มีเต็นท์ผ้าใบสีขาวขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางให้ใช้ร่วมกัน เป็นที่กินอาหารจัดโต๊ะหรูแบบตะวันตก ล้อมรอบด้วยเต็นท์พักแรมของแต่ละคน ซึ่งภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานครบ (ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ไม่มีวิทยุ ไม่มีโทรทัศน์) ทั้งที่นอนแบบเตียงสนาม, พัดลม, โคมไฟ, มุ่งกันยุง, ห้องน้ำส่วนตัว, ไฟฉาย, ร่ม, หนังสือคู่มือดูนกและดูสัตว์ป่า ฯลฯ 

อาหารค่ำมื้อนั้นเป็นแบบซาฟารีแท้ๆ โดยมีเมนูพระเอกเป็น เนื้อกวางป่าอิมพาล่าและเนื้อหมูป่าวอท๊อก ทำเป็นสเต๊กมีน้ำเกรวี่ราด จัดว่าอร่อย ไม่มีกลิ่นสาบ และไม่เหนียวเลย ผมจึงเติมไปหลายจานจนอิ่มพุงกาง จากนั้นก็ได้เวลาอาบน้ำ ซึ่งก็ไม่ธรรมดาอีก เพราะด้านหลังเต็นท์ของผม มีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่กลางแจ้งแบบส่วนตัว (ลงได้คราวละ 2 คน) หลบอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ได้โอกาสเปิดน้ำอุ่นนอนแช่ตัวใต้แสงดาวนับล้านภายใต้ฟ้ามืดสนิท ฟังเสียงเห่าหอนขานรับกันไปมาของฝูงหมาป่าและฝูงไฮยีน่า ที่ต้องบอกว่าอยู่ใกล้ๆ รอบแคมป์เรานี่เอง จะหาช่วงเวลาใกล้ชิดธรรมชาติมากกว่านี้คงไม่มีอีกแล้วกระมังครับ

 

Africa Safari 6

 ม้าลายสองตัวกำลังยืนเป็นแบบให้โดยมีเจ้านกตัวน้อยๆ เกาะอยู่ที่บั้นท้ายและหน้า

กลิ่นธรรมชาติในทุ่งหญ้าสะวันนาของแอฟริกายามรุ่งสางช่างน่าพิสมัย กลิ่นอากาศเย็นเยียบยามเช้าช่างสดชื่นโล่งปอด หอมกลิ่นดินกลิ่นหญ้าทำให้รู้สึกมีกำลังวังชามากกว่าตอนใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลายร้อยเท่า 

แต่การจะเที่ยวดูสัตว์ป่าซาฟารีต้องเที่ยวให้เป็น คือเข้าใจธรรมชาติและรู้จักป้องกันตัวด้วย เช่น เมื่อเลือกแล้วว่าจะไปเที่ยวประเทศใดในแอฟริกา ก็ต้องตรวจสอบดูว่าเราต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคอะไรก่อนหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีข้อควรปฏิบัติบางประการที่ควรรู้ เช่น ไม่ควรใส่เสื้อผ้าสีฟ้าหรือสีน้ำเงิน เพราะสีนี้จะล่อแมลงมากัดเรา แต่ควรใส่เสื้อผ้าสีน้ำตาลอ่อน หรือสีเขียว Earth Tone, ไม่ควรตากผ้ากลางแจ้ง เพราะแมลงหลายชนิดในแอฟริกาชอบมาไข่ทิ้งไว้บนผ้าชื้น, ไม่ควรเดินเท้าเปล่าบนดิน เพราะอาจโดนหนามตำจนติดเชื้อ หรือมีไข่แมลงบางชนิดติดมากับฝ่าเท้า เป็นต้น 

 

Africa Safari 8

ช้างป่าผู้ยิ่งใหญ่แห่งแอฟริกา

นอกจากนี้สำหรับช่างภาพ ยังควรเตรียมเลนส์ไปให้พร้อม จำพวกเลนส์ Super Tele ตั้งแต่ 500 มิลลิเมตรขึ้นไป ส่วนเลนส์ช่วง 600-800 มิลลิเมตร ก็ใช้ได้ดี เพราะบางครั้งสัตว์ป่าอยู่ไกลมาก แต่ถ้ากรณีเราอยู่ใกล้สัตว์มากๆ เลนส์ซูมช่วง 200-400 มิลลิเมตร ก็ถือว่าเอนกประสงค์สุด

ตลอดหลายวันในฮวังเกซาฟารี ผมไม่เบื่อเลยที่ได้นั่งรถจี๊ปออกไปตระเวนดูสัตว์ทุกวัน เขาเรียกกิจกรรมนี้ว่า Game Drive หรือ 'การนั่งรถเที่ยวดูสัตว์' กฎเหล็กของกิจกรรมนี้คือ ห้ามลงจากรถเด็ดขาดไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เพราะถ้าลงรถไปแล้ว ไกด์จะไม่สามารถช่วยปกป้องคุณได้จากสัตว์ป่าที่มีสัญชาติญาณสัตว์ป่าแบบเต็มร้อย! 

เส้นทางนั่งรถเที่ยวดูสัตว์เริ่มจากแคมป์ของเรา โดยมีหลายเส้นทางให้เลือก บางวันเรามุ่งหน้าไปยังแหล่งของฝูงสิงโต ที่ส่วนใหญ่จะนอนพักหลบร้อนอยู่ใต้ร่มไม้ตลอดกลางวัน เพราะสัตว์ตระกูลแมวใหญ่เหล่านี้จะตื่นล่าเหยื่อเฉพาะกลางคืน โดยมีตัวผู้เป็นจ่าฝูง ในฮาเร็มที่มีตัวเมียจำนวนมาก น่าอิจฉาตรงที่ว่าฝูงตัวเมียนั่นเองคือผู้ออกแรงล่าเหยื่อมาให้จ่าฝูงกับลูกๆ กิน เหยื่อของมันก็มีทั้งควายป่า กวางกาเซล กวางอิมพาลา รวมถึงลูกสัตว์และสัตว์ที่เจ็บป่วยเดินช้า หรือสัตว์ที่พลัดหลงฝูง ก็จะตกเป็นเหยื่อโดยง่าย 

 

Africa Safari 3

แรด เป็นสัตว์ที่จมูกไว แต่สายตาสั้นมาก 

มีอยู่วันหนึ่งโชคดีเราพบแรดแอฟริกันขนาดใหญ่ตัวหนึ่งยืนนิ่งอยู่กลางทุ่ง รถจี๊ปของเราจึงเคลื่อนเข้าหามันอย่างช้าๆ โดยไกด์เลือกขับเข้าไปในทิศใต้ลม ทำให้แรดไม่ได้กลิ่นเรา ไกด์ให้ความรู้ว่าแรดเป็นสัตว์จมูกไว แต่สายตาสั้นมาก เขาเคยแอบคลานเข้าไปใกล้ๆ มันอย่างเงียบเชียบ มันยังไม่รู้ตัวเลย ฮาฮาฮา

กฎอื่นๆ ของ Game Drive ที่ควรรู้ เช่น ห้ามฉีดน้ำหอม, ห้ามใส่เสื้อผ้าสีฉูดฉาด, ห้ามส่งเสียงดังหรือตะโกนโหวกเหวก, ห้ามถ่ายภาพโดยใช้ไฟแฟลช, ต้องขับรถช้าๆ และขับอยู่ในทางที่กำหนดเท่านั้น, ต้องเคารพสัตว์ป่า จอดรถอยู่ห่างจากสัตว์ได้ใกล้สุด 20 เมตร และถ้ามีรถมากกว่าหนึ่งคันไปจอดดูสัตว์ชนิดเดียวกัน คันหลังต้องจอดห่างออกไป 100 เมตร ส่วนคันแรกก็ดูสัตว์ได้ไม่เกิน 15-20 นาที จากนั้นต้องให้คันที่สองเข้ามาดูบ้างตามมารยาท ฯลฯ นี่คือกฎกติกามารยาทของการเคารพธรรมชาติ เพราะในดินแดนกาฬทวีปนี้เราเป็นเพียงแขกชั่วคราวผู้ไปเยือนสัตว์ป่าเจ้าบ้านเท่านั้น

 

Africa Safari 4

ช้างป่ามุ่งหน้ากลับถิ่น

ความน่ารักของเจ้ายีราฟคอยาว ที่ใช้เวลาเป็นล้านปีวิวัฒน์ร่างกายตัวเองจนคอยาวหากินพืชบนที่สูงได้ รวมถึงฝูงม้าลายนับร้อยที่ยืนแทะเล็มยอดหญ้าอยู่ใกล้แหล่งน้ำ ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจ ไม่น่าเชื่อเลยว่าม้าลายแต่ละตัวจะมีลายบนตัวไม่เหมือนกันเลย เปรียบได้กับลายนิ้วมือคนเรา ส่วนช้างป่าแอฟริกันที่เห็น ถ้ามันหยุดยืนดูรถของคุณ แล้วกางหูทั้งสองข้างออกล่ะก็ ให้เตรียมระวังไว้เลย เพราะนั่นคือกริยาแสดงความระแวงภัยพร้อมเข้าจู่โจมแล้วล่ะ!

การได้พบเห็นสัตว์ใช้ชีวิตอยู่ตามธรรมชาติ ย่อมดีกว่าการเห็นพวกมันถูกจับขังกรงในสวนสัตว์แน่นอน แอฟริกายังคงเป็นทวีปที่มีเสน่ห์ชวนให้ค้นหาไม่สิ้นสุด อยู่ที่ว่าคุณเดินทางสู่กาฬทวีปด้วยจุดประสงค์ใด 

สำหรับตัวผมแอฟริกาคือดินแดนแสนพิสุทธิ์ ซึ่งทำให้เข้าใจนิยามคำว่า ‘Mother Nature’ (แม่ธรรมชาติ) ได้อย่างลึกซึ้งจริงๆ

 

Africa Safari 7

 ความน่ารักของเจ้ายีราฟคอยาว

การเดินทาง

ซิมบับเวมาจากคำว่า ‘zimba dza mabwe’ แปลว่าบ้านหินใหญ่ในภาษาโชนา (ภาษาที่ใช้กันมากในซิมบับเว ส่วนภาษาทางการคือ ภาษาอังกฤษ) ปัจจุบันชื่ออย่างเป็นทางการคือ สาธารณรัฐซิมบับเว (Republic of Zimbabwe) 

ลักษณะทางภูมิศาสตร์ เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ตั้งอยู่ทางตอนใต้ทวีปแอฟริกา ระหว่างแม่น้ำซัมเบซีและแม่น้ำลิมโปโป มีอาณาเขตทิศเหนือติดกับประเทศแซมเบีย ทิศตะวันออกติดกับประเทศโมซัมบิก ทิศตะวันตกติดกับประเทศบอตสวานา และทิศใต้ติดกับประเทศแอฟริกาใต้ มีพื้นที่ประเทศ 390,580 ตารางกิโลเมตร เมืองหลวงคือ กรุงฮาราเร จุดที่สูงที่สุดของประเทศอยู่ที่ภูเขาเนียนกานี สูง 2,592 เมตร

การเดินทางจากประเทศไทยใช้สายการบิน Kenya Airways สู่ประเทศเคนยา (9 ชั่วโมง 5 นาที) เพื่อเปลี่ยนเครื่องบินต่อไปสู่ฮาราเร เมืองหลวงของซิมบับเว (3 ชั่วโมง 5 นาที) แล้วบินภายในประเทศต่อสู่สนามบิน Victoria Falls ด้วย Air Zimbabwe (1 ชั่วโมง 5 นาที) จากนั้นนั่งรถยนต์ถึงอุทยานแห่งชาติฮวังเก ระยะทาง 116 กิโลเมตร

ข้อมูลเพิ่มเติม: www.zimbabwetourism.net และ www.wilderness-safaris.com