ล่องเรือริมกว๊านพะเยา สืบสานประเพณี ‘ตานข้าวใหม่’

February 9, 2020

ประเพณีล้านนา ในต้นฤดูหนาวของวันเป็งเดือน 4 ล่องเรือด้วยจิตศรัทธา เพื่อถวายข้าวทิพย์แด่พระเจ้าตนหลวง แห่งวัดศรีโคมคำ

 

หลังจากตะวันขึ้นจนสุดขอบฟ้า ก็ได้เวลาที่เรือยาว 20 ลำ ค่อยๆ เคลื่อนตัวไปตามกระแสธาร ล่องไปตามบึงน้ำขนาดใหญ่รูปพระจันทร์เสี้ยว กว้างสุดสายตา โอบล้อมด้วยทิวเขาสลับกับลำน้ำตามแบบฉบับภาพวาดทิวทัศน์สมัยประถมฯ เขาเรียกบริเวณนั้นว่า ‘กว๊านพะเยา’ แหล่งน้ำใจกลางเมือง และเรากำลังพูดถึงประเพณีที่มีมากว่า 20 ปี สืบสานกันมาจากรุ่นสู่รุ่น กับงานที่มีชื่อยาวราวกับกลอนสี่สุภาพ กว๊านพะเยาสายน้ำแห่งชีวิต ตานข้าวทิพย์พระเจ้าตนหลวง งานประจำปีของจังหวัดพะเยา จัดขึ้นช่วงต้นเดือนมกราคมหลังเริ่มต้นปีใหม่มาก็เปิดรับสิ่งดีๆ ให้กับชีวิตกันสักหน่อย

ว่ากันว่ากิจกรรมนี้เป็นนวัตกรรมทางศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยพะเยาจากทุนทางวัฒนธรรมของงานเดิมที่มีชื่อยาวไม่แพ้กันคือ ประเพณีตานข้าวใหม่ใส่บาตรหลวง ตานข้าวทิพย์พระเจ้าตนหลวง ที่เริ่มครั้งแรกเมื่อปี 2550 โดยอาจารย์วิถี พานิชพันธ์ ในโครงการจัดตั้งศูนย์ศิลปวัฒนธรรมล้านนา (ไต) มหาวิทยาลัยพะเยา

 

วัดศรีโคมคำ

วัดศรีโคมคำ

ขบวนเรือทั้ง 20 ขบวนนี้ มีหมุดหมายเดียวกัน คือ วัดศรีโคมคำ โดยประกอบไปด้วยขบวนเรือเทพบุตร ขบวนเรือเทพธิดา ขบวนฟ้อนรำที่ฟ้อนกันงามๆ ให้เห็นระหว่างล่องเรือกันเลย และยังมีขบวนเรือของชาวบ้านอีก 14 ชุมชนรอบระเบียงกว๊านผู้ร่วมแห่ในครั้งนี้ เรือแต่ละลำถูกประดับด้วยหมากพลู ต้นผึ้ง ต้นเทียน ขันขอศีล ข้าวเปลือกใหม่ ข้าวหลาม ข้าวจี่ ข้าวต้ม ขนมจ๊อก (ขนมเทียน) น้ำอ้อย ตามแบบโบราณล้านนา เพื่อนำไปถวายแด่พระเจ้าตนหลวงที่วัดศรีโคมคำ พระคู่บ้านคู่เมืองของที่นี่

ตลอดเส้นทาง 5 กิโลเมตร ในเช้าวันที่กล้าพูดได้เต็มปากว่าอากาศดีจริงๆ ลมเย็นๆ ค่อยๆ ปะทะผิวอย่างอ่อนโยน ทั้งยังทำให้เราได้เห็นความงดงามของวัดวาอารามของภาคเหนือตอนบน ซึ่งเป็นจังหวัดทางผ่านที่ไม่บ่อยนักที่แวะมา เราล่องเรือผ่านวัดติโลกอาราม บ้านโบราณชายกว๊าน อนุสาวรีย์พญางำเมือง ไม่นานนักก็ถึงปลายทาง

เมื่อขบวนเคลื่อนไปตามสายน้ำจนถึง วัดศรีโคมคำ ชาวบ้านต่างช่วยกันนำของขึ้นจากเรือกันเป็นพัลวัน เพื่อเตรียมยกเข้าสู่วิหารหลวงที่ประดิษฐานพระเจ้าตนหลวงเพื่อทำพิธีข้าวใหม่

 

ขบวนเรือเทพบุตร

ขบวนเรือเทพบุตร

ก่อนจะเข้าสู่วิหาร เรามาทำความรู้จักกับประเพณีที่ว่ากันสักนิด ซึ่งชาวบ้านจะเรียกกันว่า ‘ตาลข้าวใหม่’ หรือว่าประเพณีตาลข้าวทิพย์นั่นเอง เป็นการถวายทานข้าวใหม่ มักทำกันในช่วงเดือน 4 เป็งตามปฏิทินของชาวเหนือ ซึ่งชาวบ้านนั้นจะนำข้าวใหม่ออกมาถวายพระเจ้าตนหลวง และยังมีพิธีบูชากองหลัว หรือกองฟืน ถวายเป็นพุทธบูชา เป็นการร่วมแรงร่วมใจกันของพระสงฆ์ สามเณร และชาวบ้าน ในการไปตัดไม้จี่ หรือไม้ที่เผาแล้วขนาดต่างๆ มาก่อเป็นกองหลัว ทำเป็นเจดีย์แล้วจุดบูชาตอนเช้า เป็นการบูชาพระรัตนตรัย และอีกนัยหมายถึงการเผากิเลสตัณหาให้หมดไป

ตามประเพณีของชาวล้านนา ในวันเพ็ญเดือน 4 หรือวันเป็งเดือน 4 ของต้นฤดูหนาว หลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวผ่านพ้น ก่อนที่จะกินข้าวใหม่ นั่นก็คือข้าวที่ได้จากการเก็บเกี่ยวมาหมาดๆ จะต้องนำข้าวที่ว่าไปถวายพระพุทธเจ้าก่อน เพราะเชื่อว่าจะทำให้มีข้าวกินตลอดทั้งปี ซึ่งข้าวที่ถวายนั้นจะเป็นข้าวจี่ที่นำไปเผา หรือข้าวหลามที่พร้อมฉันได้ทันที เพื่อเป็นสำรับที่ให้ความอบอุ่นในช่วงที่อากาศหนาวเย็นมาเยือน

 

กาดหมั้ว

แม่ค้าแห่งกาดหมั้ว

นอกจากนั้นก่อนวันที่กิจกรรมล่องเรือจะมาถึง ช่วงเย็นของวันมะรืนยังมีกิจกรรมประกวดห่อข้าวต้ม เผาข้าวหลามรอบกว๊านพะเยา 14 ชุมชน ก่อนจะนำขึ้นขบวนแห่ในเช้าวันรุ่งขึ้น ชาวบ้านจากทั่วสารทิศแข่งขันกันอย่างตั้งใจ คุณย่าคุณยายยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มือหนึ่งโอบอุ้มใบตอง อีกมือใช้ช้อนตักข้าวเหนียวที่ผ่านการปรุงด้วยรสมือตามแบบฉบับโบราณ ใส่กล้วยตรงกลางจากนั้นโปะด้วยข้าวเหนียวอีกที จับกลีบหอให้สวยงาม แล้วนำไปต้มหรือนึ่ง ไม่กี่อึดใจก็ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนให้ลิ้มรสข้าวต้มมัดแห่งกว๊านพะเยา หรือจะลองข้าวหลามที่เผากันร้อนๆ ควันโขมง รสมันของกะทิ ความหวานจากน้ำตาล แทรกซึมไปกับข้าวเหนียวในกระบอกไม้ไผ่ที่เผาจนเกรียมด้านนอก แต่เมื่อเปิดดูด้านในกลับสุกกำลังดี

เท่านั้นยังไม่พอ เพราะงานนี้ยก 'กาดหมั้ว' หรือตลาดของชุมชนแบบย้อนยุคทั้ง 14 ชุมชนรอบกว๊าน ขายสินค้ามากมาย ทั้งงานฝีมือ จักรสาน งานผ้า รวมไปถึงของกินอร่อยๆ ให้ได้ช้อปกันอย่างเพลินๆ ก่อนจะมานั่งรับประทานอาหารเย็น โบกมือลาพระอาทิตย์ไปกับขันโตกสไตล์ล้านนา ที่ชื่อว่า 'ขันโตกเงินล้าน' ภายใต้โครงการ 'ฟื้นใจคน ค้นหาบ้าน ย่าน ระเบียงกว๊านพะเยา' เพื่อพัฒนาพื้นที่ทางวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ ที่มหาวิทยาลัยพะเยาร่วมกับเครือข่ายชุมชน และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

 

ห่อข้าวต้ม

การประกวดห่อข้าวต้ม

ขันโตกเงินล้านที่ว่าเกิดจากการจับมือของกลุ่มขันโตกพื้นเมืองและขันโตกดินเนอร์ที่มีดีกันคนละแบบ กลายเป็นขันโตกเงินล้าน ชุมชนวัดศรีโคมคำ อาหารเย็นสไตล์ล้านนาที่การันตีความอร่อยและสารอาหารครบ 5 หมู่ แถมยังสะอาดปลอดภัยไร้สารเคมีอีกด้วย เพราะที่นี่เขาส่งเสริมปลูกพืชผักแบบปลอดสาร คัดสรรวัตถุดิบจากท้องถิ่น ใช้ข้าวเหนียวเทียรแก้ว ข้าวอินทรีย์โอทอปบ้านบัว เหนียวนุ่มถูกปากคนเมือง ใช้ผักพื้นบ้าน อย่าง ต้นตูน สายบัว ผักปรัง ผักบุ้ง ผักแค เรียกได้ว่าขนขบวนผักกันมาให้กินแบบจุกๆ ใช้เนื้อหมูวัยรุ่น เนื้อไก่บ้านสะอาดปลอดภัย เนื้อปลานิลขนาดพอดี เนื้อหวานแบบไม่ต้องปรุง และที่ขาดไม่ได้คือน้ำพริก เผ็ดร้อนกำลังดี

หลังจากกินขันโตกกันอิ่มแล้ว เดินย่อยให้พุงยุบกันริมกว๊าน ซึ่งใกล้ๆ นี้ยังมี อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง กษัตริย์ผู้ก่อร่างสร้างเมืองพะเยาแห่งนี้ ทั้งชาวบ้านละแวกใกล้เคียงและเด็กมหาวิทยาลัยพะเยาต่างก็แอบกระซิบมาว่า มาพะเยาต้องกราบสักการะพ่อขุนงำเมือง เพื่อความเป็นสิริมงคล

ด้วยร่มรื่นของต้นไม้ที่รายรอบกว๊าน ทำให้ผู้คนมักมาพักผ่อนหย่อนใจ เดินเล่นกินลมชมวิว ปั่นจักรยาน วิ่งออกกำลังกาย และปล่อยให้หนึ่งวันหมดไปกับการซึมซับบรรยากาศยามเย็นของพระอาทิตย์อัสดง สีส้มๆ ของดวงอาทิตย์ที่แผ่รัศมีตัดกับขอบฟ้าและทิวเขา สะท้อนเงาจากผืนน้ำยามตกดินช่างงดงามดังภาพวาด เป็นภาพง่ายๆ ที่อาจหาดูได้ยาก เช่นเดียวกับประเพณีวัฒนธรรมเก่าๆ ที่งดงาม และมีเพียงปีละหน