ที่นั่งบน 'เครื่องบิน' ตรงไหนเสี่ยงติดเชื้อ 'ไวรัส' มากที่สุด

February 11, 2020
by วิภาวี เธียรลีลา

ข้อมูลการแพร่กระจายของไวรัสบน 'เครื่องบิน' ที่จะทำให้คุณรู้ว่าควรจะปฏิบัติตัวอย่างไรให้การเดินทางปลอดภัยมากที่สุด

เมื่อมีโรคระบาดเกิดขึ้น เป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วที่เชื้อเหล่านี้สามารถแพร่กระจายไปได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากผู้คนเดินทางไปมาระหว่างประเทศ จากทวีปหนึ่งไปยังอีกทวีปหนึ่งได้อย่างง่ายดายโดยเครื่องบิน

 

ca-times.brightspotcdn.com

 

โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่เริ่มแพร่ระบาดจากอู่ฮั่น ประเทศจีน ขยายไปยังประเทศต่างๆ กว่า 20 ประเทศ สร้างกระแสความตื่นตระหนกไปทั่วโลก ถึงตอนนี้มีรายงานผู้ติดเชื้ออยู่ราว 64,000 ราย (14 ก.พ.63) แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของโลกที่มีการระบาดของเชื้อโรคชนิดหนึ่งไปยังภูมิภาคต่างๆ

ระหว่างปี 2002-2003 โลกเผชิญหน้ากับโรคซาร์ส (SARS) ปี 2009 หากยังจำกันได้ H1N1 เป็นโรคที่ระบาดอย่างหนัก จากนั้นตั้งแต่ปี 2012 เมอร์ส (MERS) รายงานอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 34 เปอร์เซ็นต์ ถัดมาอีโบลา ที่เกิดการแพร่ระบาดช่วงปี 2014-2016 อัตราการเสียชีวิตพุ่งสูงขึ้นไปอีกถึง 40 เปอร์เซ็นต์

ซาร์สมีอัตราผู้เสียชีวิต 10เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าไข้หวัดใหญ่ถึง 100 เท่า ส่วนโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ตอนนี้พบผู้เสียชีวิตอยู่ในอัตรา 3 เปอร์เซ็นต์ ใกล้เคียงกับการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สเปนในปี 1981

ในแง่ของการรับรู้และเข้าถึงข่าวสารการติดเชื้อ ข่าวโคโรนาไวรัสแพร่กระจายและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและรวดเร็วกว่าซาร์ส แต่การระบาดยังไม่สู้เมอร์สที่แพร่ระบาดในตะวันออกกลางมาตั้งแต่ปี 2012 จนถึงปัจจุบัน สำหรับอเมริกาการระบาดของโคโรนาเกิดช่วงเดียวกับที่โรคไข้หวัดใหญ่กำลังระบาดอย่างหนัก เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วถึงหมื่นคน

เพื่อป้องกันการแพร่กระจายและกลายพันธุ์ของไวรัส การกักตัวและแยกผู้ป่วยดูเหมือนเป็นวิธีการที่ดีที่สุด เนื่องจากไวรัสชนิดนี้สามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสใกล้ชิดและในระยะใกล้แบบเดียวกับไข้หวัดใหญ่ แน่นอนว่าโรคระบาดส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจ จากข้อมูลที่นำเสนอใน Wall Street Journal ปี 2009 จีนเสียรายได้ราว 55 พันล้านเหรียญในช่วงที่มีการระบาดของ H1N1 หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ และ 40 พันล้านเหรียญเมื่อครั้งที่เกิดการแพร่ระบาดของซาร์ส

 

coronavirus-news-live-who-warns-over-global-coronavirus-outbreaks-as-china-death-toll-rises

 

ในช่วงที่ผ่านมาหลายสายการบิน ยกเลิกเที่ยวบินที่เดินทางไปมาประเทศจีน ซึ่งถือเป็นมาตรการที่ดี เพราะโลกมีประสบการณ์จากการระบาดของโรคอื่นมาก่อน แต่ผู้โดยสารส่วนหนึ่งที่จำเป็นต้องเดินทางก็ได้รับผลกระทบ

National Geographic ได้เขียนบทความอธิบายถึงการแพร่กระจายของไวรัสบนเครื่องบิน และที่นั่งที่คาดว่าปลอดภัย เพราะในเมื่อการแพร่ระบาดยังมีอยู่ และไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ สิ่งที่ควรรู้คือจะทำอย่างไรให้การเดินทางไปไหนมาไหนปลอดภัยมากที่สุด

เชื้อโรคสายพันธุ์โคโรนาติดต่อได้ผ่านการสัมผัสเสมหะ น้ำมูกหรือน้ำลายของผู้ป่วย ยกตัวอย่างเช่น จากการไอหรือจาม แล้วเราจับ/สัมผัสสารเหลวที่ว่าก่อนมาสัมผัสใบหน้าของตัวเอง เชื้อโรคนี้ไม่ได้แพร่กระจายอยู่ในอากาศ แต่จะมีมวลตกลงในบริเวณใกล้กับจุดกำเนิด

Emily Landon ผู้อำนวยการแพทย์ด้านการควบคุมยาต้านจุลชีพและการควบคุมการติดเชื้อ จากมหาวิทยาลัยชิคาโกเมดิแคร์ บอกว่า สำหรับเชื้อไข้หวัดใหญ่ (ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับโคโรนาไวรัส) การตกจะอยู่ในระยะหกฟุต ส่วนระยะเวลาที่ส่งผลให้เกิดการติดเชื้ออยู่ที่ 10 นาทีขึ้นไป ด้วยเหตุนี้ เวลาและระยะ เป็นปัจจัยสำคัญของการติดโรค

เมื่อขึ้นเครื่องบิน ที่นั่งและที่รัดเข็มขัด เป็นสองส่วนสำคัญที่อาจมีเชื้อโรคติดอยู่จากการสัมผัสของผู้ป่วย ความเสี่ยงต่อการติดโรคจากเชื้อที่ติดตามอุปกรณ์ต่างๆ มีความเป็นไปได้ตั้งแต่หลักชั่วโมงหรือเดือนขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของเชื้อโรคที่ออกมาจากผู้ป่วย

องค์การอนามัยโลก (WHO) บอกว่า ระยะการติดต่อโรคอยู่ในขอบเขตประมาณ 2 แถวที่นั่งบนเครื่องบิน แต่ผู้โดยสารไม่ได้แค่นั่งประจำอยู่กับที่ บางคนเดินเข้าห้องน้ำ ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย หรือลุกหยิบของบนที่เก็บของ ด้วยเหตุนี้วงขยายความเสี่ยงจึงเป็นไปได้กว้างขึ้น ตามแผนภาพพื้นที่สีชมพูเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงมากกว่าสีฟ้าและสีน้ำเงิน

ngscience-20-airplane-outbreak_ai2html-2-desktop-medium

จากการสำรวจโดย Fly Healthy Research ในปี 2018 พบว่า 38เปอร์เซ็นต์ ของผู้โดยสารจะลุกจากที่นั่ง 24 เปอร์เซ็นต์ ลุกมากกว่า 1 ครั้ง และ 38 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือไม่เคลื่อนย้ายไปไหน

ผลการสำรวจระบุว่า ที่นั่งริมนั่งต่างและการไม่ลุกเดินไปไหนของผู้โดยสารเอง ช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อบนเครื่องบินได้ หรือการเดินทางในไฟล์ทที่ใช้เวลาเดินทางสั้น เปอร์เซ็นต์การติดเชื้อก็จะยิ่งลดลง

แต่ความจริงคือเราไม่มีทางรู้ได้ว่าใครได้รับเชื้อจนอยู่ในระดับที่สามารถแพร่กระจายเชื้อได้ ด้วยเหตุนี้ผู้โดยสารจึงต้องดูแลตัวเองอย่างระมัดระวังและไม่ประมาท ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยและการล้างมือด้วยสบู่ล้างมือหรือเจลแอลกอฮอล์ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า ซึ่งเป็นวิถีปฏิบัติง่ายๆ ที่หากทำจนคุ้นชิน จะสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อเดินทางเข้าสู่ร่างกายจนก่อปัญหาได้

ในทางกลับกันหากผู้ป่วยเป็นลูกเรือ ลูกเรือ 1 คน สามารถแพร่กระจายโรคให้แก่ผู้โดยสารได้ถึง 4.6 คน เพราะพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินใช้เวลาในการเดินไปมาและตอบโต้กับผู้โดยสารบนเครื่องแบบผชิญหน้า

นอกจากเครื่องบินแล้ว ยังมีรถไฟความเร็วสูง และเส้นทางทางเรือ ที่ได้รับการตรวจตราอย่างเข้มงวด ล่าสุดเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้โดยสาร 3,600 คน ที่ถูกกักตัวอยู่บนเรือสำราญฮ่องกง World Dream เป็นเวลา 4 วัน ได้รับอนุญาตให้ขึ้นฝั่งได้ หลังผลการทดสอบเชื้อไวรัสเป็นลบ

ถึงตอนนี้อาจยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าโคโรนาจะระบาดไปได้ไกลแค่ไหน ท่ามกลางมาตรการการกักกันและจำกัดการเคลื่อนที่ของผู้ติดเชื้ออย่างเข้มข้น แต่การดูแลตัวเองเบื้องต้นก็สำคัญ