'4 Valleys by Nation' กลิ่นกรุ่นจาก 4 ขุนเขา

December 9, 2019
by ปริญญา ชาวสมุน

กาแฟดีจาก 4 แหล่งชั้นนำของไทย ผ่านการคัดสรร เพิ่มมูลค่า จนกลายเป็นอีกทางเลือกของคนรักกาแฟ ที่อุ่นใจทั้งคนดื่มและอิ่มใจทั้งคนปลูก

คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ‘กาแฟ’ เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มยอดนิยมที่ให้ทั้งความสุขจากกลิ่นหอมกรุ่นและรสชาติขมปร่าทว่าถูกอกถูกใจใครหลายคน สำหรับประเทศไทยความนิยมนี้สะท้อนผ่านหลายมิติ ตั้งแต่จำนวนคนดื่ม จำนวนร้านกาแฟ พื้นที่เพาะปลูก ไปจนถึงคุณภาพของเมล็ดกาแฟ ที่นับว่าไม่แพ้ชาติใดในโลก และด้วยกลิ่นหอม รสชาติดี ของกาแฟไทย จึงเป็นเหตุผลให้ บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จับมือกับบริษัท แฮปปี้ โปรดักท์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด พาสุดยอดกาแฟจากสี่แหล่งบนดอยสูงลงมาสู่สายตาสาธารณชน ทั้งยังส่งต่อรายได้จากเมืองใหญ่ไปสู่ชุมชนอีกด้วย

กาแฟ Valleys by Nation เป็นผลผลิตล่าสุดจากความตั้งใจของเครือเนชั่นที่ต้องการหยิบของดีของไทยที่หลายคนมองข้าม มาแต่งหน้าทาปากเพิ่มมูลค่าโดยยังคงรักษามาตรฐานเอาไว้ครบถ้วน แม้จะเป็นความท้าทายใหม่ ทว่าธุรกิจกาแฟก็หอมกรุ่นจน ฉาย บุนนาค Chairman of Executive Committee (CEC) บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ต้องบุกขึ้นไปถึงแหล่งเพาะปลูกเพื่อคัดสรรกาแฟคุณภาพเยี่ยม ให้สมกับที่เขาคือคอกาแฟตัวยง การเดินทางไปทั่วโลกทำให้ได้ลิ้มรสกาแฟจากหลากหลายแหล่ง ยิ่งทำให้เขามั่นใจว่ากาแฟไทยมีดีจนต้องนำมาส่งต่อถึงถ้วยกาแฟทุกคน

“เนื่องจากผมเป็นคอกาแฟและได้เดินทางไปหลายประเทศทั่วโลกทั้งระหว่างที่เรียนหนังสือและได้ไปเที่ยว ได้ชิมกาแฟหลายที่ เราคิดว่าในเมืองไทยควรจะมีร้านกาแฟดีๆ บ้าง พอกลับมาที่เมืองไทยปรากฏว่าทั้งภาคเหนือและภาคใต้ ผมได้ไปดื่มกาแฟในร้านท้องถิ่น พบว่ากาแฟไทยมีกลิ่นที่หอมมาก ไม่แพ้กาแฟที่เราไปชิมจากต่างประเทศเลย ก็คิดว่ากาแฟไทยเป็นสิ่งที่ควรจะส่งเสริม บวกกับที่ผมชอบไปงาน OTOP แล้วได้เห็นสินค้าหลายอย่าง พอเราชิมกาแฟจากหลายที่ในงาน OTOP ก็อยากสนับสนุน”

78465145_2675292052529590_3943521860313939968_o

78712400_2675292369196225_2855403938960637952_o

หลังจากลงพื้นที่เสาะหากาแฟที่ตรงใจ เขาก็ได้พบกับ 4 แหล่งเพาะปลูกกาแฟ ซึ่งแต่ละแห่งมีเอกลักษณ์และมนต์เสน่ห์แตกต่างกัน ได้แก่ Doi Mae Ho Drip Coffee กาแฟดริปจากดอยแม่เหาะ จ.แม่ฮ่องสอน ที่ใช้เมล็ดกาแฟพันธุ์อราบิก้านำมาคั่วบดระดับเข้ม ด้วยคาแรกเตอร์ของพื้นที่เป็นธรรมชาติมาก สะท้อนเป็นตัวตนของกาแฟที่เป็นธรรมชาติมากเช่นกัน อีกทั้งยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยรสชาติเข้มข้น กลิ่นหอม มีรสสัมผัสคล้ายช็อกโกแลตและมีกลิ่นหอมสมุนไพรอย่างตะไคร้ภูเขาเจืออยู่โดยธรรมชาติ

อีกแหล่งจากแม่ฮ่องสอนเช่นกันคือ Pang Ung Drip Coffee กาแฟดริปจากปางอุ๋ง ใช้กาแฟอราบิกานำมาคั่วบดระดับกลางถึงเข้ม ซึ่งปางอุ๋งได้รับสมญานามว่าเป็น สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย เพราะมีภูมิประเทศเป็นที่ราบหุบเขาสูง อากาศหนาวเย็นและอากาศดีมาก จึงทำให้เป็นแหล่งเพาะปลูกกาแฟชั้นเลิศ

ต่อมาคือ Doi Mae Jam Drip Coffee กาแฟดริปจากดอยแม่แจ๋ม จ.ลำปาง อีกแหล่งเพาะปลูกกาแฟพันธุ์อราบิก้าคุณภาพเยี่ยมของประเทศไทย นำมาคั่วบดระดับกลาง ด้วยความที่ถูกรายล้อมด้วยแหล่งน้ำพุร้อน บริเวณนี้จึงมีไอน้ำจากน้ำพุร้อนระเหยแล้วกลั่นตัวเป็นฝน เชื่อกันว่าต้นกาแฟที่นี่ได้รับแร่ธาตุจากธรรมชาติอย่างน่ามหัศจรรย์ มิหนำซ้ำยังมีกลิ่นไอของน้ำพุร้อนซึ่งช่วยให้รสชาติกาแฟที่เข้มข้นมีความกลมกล่อม นุ่มนวล อย่างลงตัว

และแหล่งสุดท้ายคือ Pha Yong ใช้เมล็ดพันธุ์อราบิก้าจากผายอง จ.เชียงใหม่ เป็นแหล่งเดียวในทั้งหมดที่นำมาผลิตเป็นกาแฟปรุงสำเร็จชนิดผง แม้จะไม่ใช่กาแฟดริป แต่เป็นเมล็ดพันธุ์อราบิก้าสายพันธุ์ดั้งเดิมของประเทศไทย ปลูกบนความสูง 1,400 ฟุตจากระดับน้ำทะเล ทำให้ได้กาแฟที่หอมกรุ่น รสชาติกลมกล่อม ละมุนลิ้น ด้วยความพิเศษไม่เหมือนใครคือผสมลำไยอบแห้งและเห็ดหลินจือเพิ่มทั้งคุณค่าและรสชาติดี

“แต่ไม่ใช่ว่ากาแฟเมืองไทยมีดีแค่ 4 ดอย ไม่ใช่นะครับ มีหลายพื้นที่มากที่มีกาแฟคุณภาพ แต่ 4 ดอยนี้เป็นพื้นที่ที่เราได้พูดคุยกับเกษตรกรแล้วคัดสรรมาเป็น 4 ดอยนี้ก่อน แต่ละที่ก็จะมีความแตกต่างกัน แต่ละที่มีดินไม่เหมือนกัน ความสูงไม่เหมือนกัน ภูมิประเทศไม่เหมือนกัน น้ำไม่เหมือนกัน จะสะท้อนออกมาเป็นอัตลักษณ์รสชาติของกาแฟแต่ละชนิด” ฉาย กล่าว

ด้าน อภิรวี พิชญเดชะ Managing Director บริษัท แฮปปี้ โปรดักท์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด พาร์ทเนอร์สำคัญที่เข้ามาดูแลเรื่องการตลาดและการจัดจำหน่าย บอกว่า “ทั้ง 4 ดอยนี้ปลูกอยู่บนที่สูงทั้งหมด เก็บเกี่ยวบนที่สูงทั้งหมด และทั้ง 4 ดอยนี้ไม่ใช้สารพิษเลย ปลูกโดยธรรมชาติทั้งหมด เพราะฉะนั้นระหว่างทางที่เพาะปลูก ทีมงานขึ้นไปศึกษา ขึ้นไปช่วยเหลือ จึงเห็นกรรมวิธีการผลิตทั้งหมด”

79313469_2675292945862834_933385505402257408_o

78176965_2675292982529497_5483214060507889664_o

หนึ่งในเหตุผลหลักที่ต้องเป็น 4 แหล่งเพาะปลูกดังกล่าว คือ การได้เข้าไปช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ฉายอธิบายในฐานะผู้ริเริ่มการทำกาแฟแบรนด์นี้ว่า หลังจากได้รับรู้ถึงคุณค่าของกาแฟไทย สิ่งต่อมาคือคิดว่าจะทำอย่างไรให้แทนที่เกษตรกรจะปลูกข้าวโพดหรือพืชเศรษฐกิจบางอย่างที่ทำลายระบบนิเวศหรือแม้แต่ไม่เกิดรายได้ที่คุ้มค่า ได้มีสินค้าการเกษตรที่ตอบโจทย์เรื่องรายได้และสิ่งแวดล้อมมากกว่า

“ปัจจุบันเราทราบอยู่แล้วว่าโครงสร้างของประเทศไทยมีเกษตรกรทั้งหมด 7-8 ล้านครัวเรือน เทียบเป็นคนก็ประมาณ 20 กว่าล้านคน ซึ่งสูงที่สุดในประเทศ แต่ปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่คือไม่สามารถเพิ่มมูลค่าให้สินค้าการเกษตรของเราได้ ผมคิดว่ากาแฟเป็นสิ่งที่ช่วยด้านเศรษฐกิจ เพราะแทนที่เขาจะผลิตเฉพาะเมล็ดกาแฟออกมา แต่กาแฟยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกมากมาย ลองดูร้านกาแฟส่วนใหญ่ในเมืองไทยที่ใช้กาแฟนอก แก้วหนึ่งเขาราคาเท่าไร แพงมาก มันจึงเป็นสิ่งที่เราอยากให้คนไทยได้กินของดีๆ ซึ่งเป็นของคนไทยอยู่แล้ว ในราคาที่ถูกลงมามหาศาล เงินทองไม่ต้องไหลออกไปนอกประเทศ

ถ้าโครงสร้างเศรษฐกิจระดับชุมชนของเราแข็งแรง ประเทศก็จะมีความมั่นคง ผนวกกับส่วนใหญ่พี่น้องเกษตรกรชาวไร่กาแฟจะอยู่บนดอยสูงอยู่แล้ว เขาก็จะมีข้อจำกัดมากมายในการผลิตสินค้าเกษตรหรือการทำมาหากินต่างๆ กาแฟเป็นทางออกที่ดีที่สุดและคุ้มค่าที่สุดบนพื้นที่จำนวนไร่ บนพื้นที่ภูมิศาสตร์ที่เขามี”

แม้ธุรกิจกาแฟจะน่าลงทุนมากแค่ไหน แต่ก็ยังมีอุปสรรคเข้ามาท้าทาย กว่าจะเป็น 4 Valleys by Nation ได้ผ่านอะไรต่อมิอะไรมานักต่อนัก อย่างช่วงแรกที่ต้องติดต่อชุมชนต้นทางก็ทุลักทุเล ทั้งกำลังการผลิตและการควบคุมคุณภาพ เพราะทั้งสองสิ่งเป็นหัวใจที่ฉายบอกว่าต้องรักษาไว้ให้ได้ ซึ่งแน่นอนว่าเดิมทีแต่ละชุมชนเพาะปลูกกาแฟตามกำลังและความสะดวก ปริมาณจึงไม่มากพอและควบคุมมาตรฐานไม่ดีนัก ฉายบอกว่าหน้าที่ของเนชั่นคือ ‘เพิ่มมูลค่าสินค้า’ แล้วช่วย ‘เพิ่มคุณค่าทางใจ’ ให้เกษตรกรด้วย

79013736_2675293212529474_4559267389983686656_o78553786_2675293379196124_9138399222754705408_o

อภิรวี มองว่าคุณภาพของผลิตภัณฑ์นี้มีดีกว่าแค่ตลาดในประเทศ เธอมองไปถึงตลาดต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว เพราะปลายทางของสินค้าไทยที่มีคุณภาพคือส่งออก เพียงแต่อาจต้องผ่านด่านกฎกติกาบางอย่างเพื่อความถูกต้อง แต่ทีมงานก็ได้ศึกษาตั้งแต่เริ่มต้นโครงการนี้ ดังนั้นแผนการที่ค่อนข้างแน่นอนคือกาแฟของไทยแบรนด์นี้จะไปไกลถึงตลาดโลก โดยแบ่งเป็นเฟสๆ จากในประเทศไปยังประเทศใกล้เคียง แล้วขยับต่อไปเรื่อยๆ

“ถ้าสินค้าดี คุณภาพดี มีมาตรฐาน แพคเกจจิ้งดี ช่องทางการตลาดดี มันไปถึงอยู่แล้ว เดี๋ยวนี้โลกเชื่อมโยงออนไลน์อยู่แล้ว ถ้าต่างชาติมาเมืองไทยแล้วได้ชิม เขาก็ซื้อกลับไปได้ แต่วันนี้ถามว่ากาแฟในไทยที่ไหนดัง เราก็คิดว่ากาแฟภาคเหนือดัง กาแฟภาคใต้ดัง แต่มันไม่ใช่แค่นั้น มันเจาะลงไปได้ในพื้นที่ได้ เขาสามารถเพิ่มมูลค่าทางการตลาดตรงนั้นได้อีกเยอะ" ฉาย กล่าวเสริม พร้อมขยายความต่อว่า

"ในบรรดาสินค้าทางการเกษตรที่ส่งออก 10 อันดับแรกกลับกลายเป็นว่าไม่มีกาแฟ แต่เราพัฒนาตรงนี้ขึ้นมาได้บนความยั่งยืน เนื่องจากพี่น้องชาวดอยเขามีข้อจำกัดในการเพาะปลูก แต่กาแฟไม่สามารถปลูกบนที่ราบปกติได้ ต้องปลูกบนที่สูง แทนที่เขาจะไปทำสินค้าการเกษตรอื่น กาแฟให้ผลตอบแทนต่อไร่ ต่อครัวเรือนสูงกว่า เราควรสนับสนุนเขา ถ้าเขามีความมั่นคงก็ไม่ต้องรุกพื้นที่ป่า เป็นการเติม Value Added ให้สินค้าของเขาและตัวเขา” 

ในการผลิตล็อตแรก เกษตรกรจาก 4 แหล่งได้ผลิตเมล็ดกาแฟให้ 4 Valleys by Nation มากถึงประมาณ 2.4 ตัน โดย อภิรวี เปิดเผยว่าหากเป็นไปตามแผนภายในปี 2563 จะผลิตได้มากถึง 4 ตัน ซึ่งจะช่วยเกษตรกรจาก 4 แหล่งได้ คือ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตและแปรูปกาแฟคุณภาพบ้านแม่เหาะ, วิสาหกิจชุมชนกาแฟนาป่าแปก-ปางอุ๋ง, วิสาหกิจชุมชนแปรรูปกาแฟบ้านแม่แจ๋ม และวิสาหกิจชุมชนปัญธ์ฐรักษณ์

นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจในการพากาแฟจาก 4 สุดยอดแหล่งผลิตมาสู่ทุกคน แล้วกระจายรายได้จากคอกาแฟไปสู่ชุมชนผู้ผลิตที่มีคุณภาพ

78716429_2675292545862874_804232986953252864_o