'อามะ' เงือกสาวแห่งท้องทะเลญี่ปุ่น

February 19, 2020
by  อะตอม

อาชีพเก่าแก่นับพันปี ดำน้ำลงไปงมหอยมุก โดยอามะหลายคนอายุไม่ใช่น้อย และใครจะดำน้ำได้นานแค่ไหนก็อยู่ที่การกลั้นหายใจ

HIGHLIGHTS

 

  • อามะแต่ละกลุ่มจะมีกระท่อมเป็นของตัวเองเพื่อใช้เป็นที่ทำให้ร่างกายอบอุ่นหลังจากดำน้ำเสร็จ กินอาหารกลางวันและพูดคุย และที่นี่เองเป็นที่ที่อามะอาวุโสอย่างโทระแบ่งปันเทคนิคและความรู้เกี่ยวกับการดำน้ำในขณะเดียวกันก็สอนให้ทุกคนเคารพทะเล ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นจะถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

 

 

 

 

ไอโกะ โอโนะ หญิงสาวที่หลงรักในมหาสมุทรและชื่นชอบการดำน้ำเป็นชีวิตจิตใจ ไม่ลังเลที่จะเลือกเส้นทางอาชีพของเธอด้วยการเป็น “อามะ” หรือนักดำน้ำหญิง

หญิงสาววัย 40 ปีจากโตเกียวซึ่งก่อนหน้านี้เคยทำงานเป็นช่างภาพได้ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดมิเอะ ทางตอนกลางของญี่ปุ่นในปี 2015 เพื่อไปทำหน้าที่เป็นอามะหรือ "หญิงสาวแห่งท้องทะเล" อาชีพที่มีเฉพาะในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

“อามะช่วยรักษาท้องทะเล ในขณะเดียวกันก็รักษาวิถีชีวิตของคนในเมืองประมงแห่งนี้ไว้ด้วย” ไอโกะกล่าวพร้อมทั้งอธิบายว่า วัฒนธรรมการดำน้ำของอามะนั้นหยั่งรากลึกในชีวิตประจำวันของผู้คนที่อาศัยอยู่ในเขตอิจิกะของเมืองโทบะ

อามะเป็นอาชีพเก่าแก่นับพันปีของมิเอะ หน้าที่หลักของพวกเธอคือดำน้ำลงไปงมหอยมุก ในปี 2017 ญี่ปุ่นมีอามะทั้งหมด 660 คน โดยเกือบครึ่งหนึ่งที่ยังคงออกไปดำน้ำเก็บอาหารทะเลคืออามะในมิเอะ เพราะภูมิภาคนี้มีสาหร่ายทะเลขนาดใหญ่ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของสัตว์ทะเล เช่น หอยเป๋าฮื้อและหอยทากทะเล

เมื่อถึงฤดูการทำประมง ไอโกะในชุดดำน้ำและครีบดำน้ำจะออกไปดำน้ำวันละ 2 ครั้งในตอนเช้ากับกลุ่มของเธอซึ่งบางคนมีอายุราว 80 ปี โดยใช้เวลา 70 นาทีในการดำแต่ละครั้ง ไอโกะสามารถดำน้ำได้ลึกถึง 10 เมตรโดยไม่ต้องใช้ถังออกซิเจนและว่ายผ่านสาหร่ายเพื่อค้นหาเป้าหมายของเธอ การดำน้ำตัวเปล่าหมายความว่าจำนวนอาหารในทะเลที่อามะแต่ละคนจะเก็บได้นั้นขึ้นอยู่กับความสามารถในการกลั้นลมหายใจ

ไอโกะเล่าว่า เมื่อกลับมาถึงฝั่งแล้ว หน้าที่ของอามะยังไม่จบ พวกเธอยังต้องแปรรูปผลิตภัณฑ์จากปลา เก็บไม้สำหรับใช้ในเตาผิงในกระท่อมและดูแลศาลเจ้าที่พวกเธอนับถือและบูชา

โอโกะได้รับการว่าจ้างจากรัฐบาลของมิเอะให้มาเป็นนักดำน้ำฝึกหัดเพื่อมาช่วยฟื้นฟูพื้นที่ เธอเรียนรู้วิธีการดำน้ำและทำงานเกี่ยวกับการจัดอีเวนท์และนิทรรศการภาพถ่ายเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรม เธอได้รับใบอนุญาตให้จับปลาในปี 2018

“ตอนนี้เธอเป็นอามะมืออาชีพแล้ว” โทระ ชิโรยามะ อามะอาวุโสวัย 82 ปีซึ่งดำน้ำในทะเลแหล่งเดียวกันกับไอโกะมานานกว่า 60 ปีกล่าว

อามะแต่ละกลุ่มจะมีกระท่อมเป็นของตัวเองเพื่อใช้เป็นที่ทำให้ร่างกายอบอุ่นหลังจากดำน้ำเสร็จ กินอาหารกลางวันและพูดคุย และที่นี่เองเป็นที่ที่อามะอาวุโสอย่างโทระแบ่งปันเทคนิคและความรู้เกี่ยวกับการดำน้ำในขณะเดียวกันก็สอนให้ทุกคนเคารพทะเล ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นจะถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

รัฐบาลมิเอะเปิดให้อามะดำน้ำลงไปจับสัตว์ในทะเลได้ระหว่างวันที่ 1 มกราคมถึง 15 กันยายนของทุกปี จากการสำรวจของพิพิธภัณฑ์ Toba Sea-Folk พบว่าจำนวนวันที่อามะแต่ละคนในมิเอะดำลงไปเก็บหอยเป๋าฮื้อในปี 2017 อยู่ที่ 7 – 120 วัน

ไอโกะพยายามอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลด้วยการไม่เก็บทุกอย่างที่เจอ เธอวางกฎของตัวเองที่จะไม่ล่าหอยเป๋าฮื้อขนาดยังไม่โตเต็มที่เมื่อฤดูการทำประมงใกล้จะสิ้นสุด

ในเขตคูซากิใกล้ๆ กับอิจิกะ คาซูโยะ เซโกะ อามะวัย 64 ปีบอกว่า เมื่อเร็วๆ นี้มีการจำกัดจำนวนชุดดำน้ำเพียงหนึ่งชุดต่อครอบครัว เพราะชุดที่สามารถป้องกันความหนาวเย็นช่วยให้นักดำน้ำอยู่ใต้น้ำได้นานขึ้นซึ่งอาจทำให้มีการเก็บอาหารทะเลมากเกินความจำเป็น

ทาคาฮิโร่ มัตซุย รองศาสตราจารย์ด้านนโยบายและวัฒนธรรมทางทะเลแห่งมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางทะเลของโตเกียวระบุว่า จำนวนปลาทั้งหมดที่อามะจับมีจำนวนลดลงเนื่องจากปัจจัยหลายประการทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จำนวนนักจับปลาลดลงและภาวะการจับปลามากเกินไป จากข้อมูลของกระทรวงเกษตร ป่าไม้และการประมงพบว่า การจับหอยเป๋าฮื้อในมิเอะลดลงเหลือราว 45 ตันในปี 2015 จากยอดสูงสุดมากกว่า 750 ตันในปี 1966

การลดลงของทรัพยากรทางทะเลมีผลกระทบต่อรายได้ของอามะเช่นกัน แต่ไอโกะบอกว่าเธอสามารถหาเลี้ยงตัวเองได้จากการเป็นอามะ เพราะทะเลในอิจิกะยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์ทะเลและอามะที่นั่นยังสามารถดำน้ำได้บ่อยกว่าพื้นที่อื่น

รายได้ที่ลดลงซึ่งเป็นปัญหาร่วมกันของชุมชนอามะผู้สูงอายุในญี่ปุ่นกลายเป็นอุปสรรคในการสืบทอดอาชีพของครอบครัวหรือจูงใจคนนอกชุมชนให้มาช่วยรักษาอาชีพอันเก่าแก่นี้

ทาคาฮิโร่กล่าวในการประชุมสุดยอดอามะประจำปีที่จัดขึ้นในโทบะในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วซึ่งมีอามะจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้มารวมตัวกันว่า ความพยายามต่างๆ เช่น การสร้างแบรนด์สินค้าเพื่อรักษาราคาสินค้าให้สูงขึ้นหรือหาคู่ค้าที่หลากหลายเพื่อหลีกเลี่ยงการโก่งราคาจากผู้ซื้อเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำ

เมกูมิ โคเดระ อดีตวิศวกรวัย 37 ปีก็เป็นหนึ่งในอามะรุ่นใหม่บนเกาะซูกาชิมะในโทบะซึ่งกำลังค้นหาวิธีการใหม่ๆ ในการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน เธอกล่าวในที่ประชุมเดียวกันว่า มันเป็นเรื่องยากที่จะหาช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ๆ เพราะเธออาศัยอยู่บนเกาะและมีลูกแฝดอายุ 2 ปี เธอจึงต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ตและใช้แอพพลิเคชั่นชอปปิงเพื่อขายผลิตภัณฑ์สาหร่ายของเธอให้กับลูกค้าโดยตรง

Pocket Marche เป็นหนึ่งในแอพฯ ที่เธอใช้แนะนำตัวและผลิตภัณฑ์ของเธอทางหน้าเพจของตัวเอง ลูกค้าสามารถโพสต์ข้อความและรูปภาพบนหน้าเพจ ผู้ผลิตหรือผู้ขายก็สามารถตอบกลับได้

o2“แอพฯ นี้ช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจเรื่องราคาและกำหนดเวลาในการขายได้” เมกูมิกล่าวพร้อมเสริมว่า  ฟีดแบกจากลูกค้าช่วยให้เธอเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น แต่ก็ยังมีความเสี่ยงต่อการถูกวิจารณ์บนโลกออนไลน์อยู่เสมอ

ด้านริคาโคะ ซาโตะ อามะวัย 32 ปีในอิจิกะก็ทำธุรกิจเกสทเฮาส์และใช้ทักษะภาษาอังกฤษในการเป็นไกด์แนะนำวัฒนธรรมอามะและชาวประมงในท้องถิ่นให้กับนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและต่างชาติ

“ฉันต้องการให้ผู้คนรู้ว่าอามะมีความงดงามเพียงใด ด้วยการแสดงให้เห็นถึงความสนุกสนานและส่วนที่ยากลำบากของวิถีชีวิตของพวกเรา และบางทีนักเรียนประถมศึกษาที่ได้เห็นและเรียนรู้เกี่ยวกับอามะอาจอยากจะเป็นนักดำน้ำและเข้าร่วมกับเราในอนาคต ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากๆ" ริคาโคะกล่าว

ที่มา สำนักข่าวเกียวโด