แพลตฟอร์มออนไลน์ ระบายสินค้าเกษตรช่วงโควิด-19

May 5, 2020

สินค้าเกษตรในช่วงวิกฤติ จะส่งออกก็ไม่ได้ ส่งข้ามจังหวัดก็ยาก และยังปัญหาประชาชนออกมาซื้อน้อยลง ถ้าจะไปต่อและมองปัญหายาวๆ ออนไลน์ที่เชื่อมโยงทั้งระบบต้องมีประสิทธิภาพ

       ช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 ธุรกิจสินค้าเกษตรทั้งเล็กและใหญ่ต่างมีปัญหา เพราะคนส่วนใหญ่จับจ่ายซื้อขายได้ยาก

       ทางสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA) นำ 4 แพลตฟอร์มช่วยระบายสินค้าการเกษตรไทยในช่วงไวรัสโควิดระบาด ได้แก่ ระบบเจ้าของร่วมผลิต: แพลตฟอร์มสำหรับเชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้บริโภคในการติดตามผลผลิตทางการเกษตร ร่วมกัน ระบบการประมูลสินค้าเกษตร: แพลตฟอร์มวิเคราะห์และวางแผนด้านการเพาะปลูกและซื้อผลผลิตเพื่อให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน ระบบตลาดออนไลน์ (Marketplace): แหล่งรวบรวมสินค้าสินค้าของเกษตรกรที่มีคุณภาพ ส่งต่อให้ถึงมือผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ และระบบการขายออนไลน์ในรูปแบบ B2B และ B2C เพื่อเชื่อมโยงทุกภาคครบทุกมิติ

       อย่างไรก็ตาม NIA ยังได้ชี้วิกฤติเชื้อไวรัสโควิด – 19 เป็นโอกาสสำคัญของสตาร์ทอัพด้านการเกษตร เนื่องจากสามารถนำปัญหาต่าง ๆ มาพัฒนาเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้

 

Farmbook 2

 

      ดร. พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) บอกว่า  จากนโยบายล็อคดาวน์ ส่งผลต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยโดยตรง โดยเฉพาะกลุ่มผลไม้ฤดูร้อนที่เริ่มทยอยออกผลเป็นจำนวนมาก  ไม่ว่ามะม่วง เงาะ ทุเรียน มังคุด ฯลฯ ซึ่งเมื่อไม่สามารถส่งออกได้ การสั่งซื้อของร้านอาหารและห้างสรรพสินค้าก็ลดลงเกือบร้อยละ 50 ทำให้เกิดปัญหาสินค้าล้นตลาด ราคาถูกลง

        นอกจากนี้ สินค้าเกษตรยังมีระยะเวลาจำกัดเพราะเกิดการเน่าเสียและเสียหายได้ง่าย ปัญหาเหล่านี้จึงเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่หลายภาคส่วนจะต้องเร่งผลักดันภาคการเกษตรให้เดินหน้าต่อได้ภายใต้วิกฤติครั้งนี้ โดยเฉพาะในด้านการตลาด การช่วยระบายสินค้า รวมทั้งสร้างทางออกที่เป็นรูปธรรมเพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาว

        ดร.พันธุ์อาจ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้ปัญหาของเกษตรกรได้รับการบรรเทา NIA โดยศูนย์สร้างสรรค์ธุรกิจนวัตกรรมการเกษตร หรือ ABC center ซึ่งเป็นศูนย์ประสานงานกลางด้านนวัตกรรมการเกษตร และสร้างสตาร์ทอัพด้านการเกษตรให้เติบโตในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ           จึงได้สนับสนุนให้เกิดกลไกตลาดผ่านแพลตฟอร์มของสตาร์ทอัพ เพื่อให้เกษตรกรและผู้ผลิตสามารถขายสินค้ากับผู้บริโภคโดยตรง สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาซื้อสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้น โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

       -ระบบเจ้าของร่วมผลิต เช่น ฟาร์มโตะ (FARMTO)  ช่องทางการขายผลผลิตเกษตรรูปแบบใหม่ที่เชื่อมเกษตรกรและผู้บริโภคเข้าหากันผ่านวิธีการร่วมเป็นเจ้าของผลผลิตการเกษตร เพื่อให้ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคได้ช่วยเหลือและดูแลคุณภาพผลผลิตไปด้วยกัน โดยหากผู้บริโภคต้องการตรวจสอบผลผลิตก็สามารถเดินทางมาเยี่ยมชมและติดตามขั้นตอนต่าง ๆ ได้ เช่น ข้าวหอมมะลิ ข้าวไรซ์เบอรี่

          และเมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยว เกษตรกรจะจัดส่งผลผลิตให้ผู้บริโภคตามที่อยู่ที่ลงทะเบียน รวมทั้งยังเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้ตั้งราคาขายผลผลิตด้วยตัวเองเพื่อแก้ปัญหาภาระหนี้สินและราคาผลผลิตตกต่ำ ทำให้เกษตรกรได้พัฒนาตัวเองและเรียนรู้ที่จะสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเองในอนาคต นอกจากนี้ เกษตรกรยังสามารถนำแนวคิดดังกล่าวมาต่อยอดใช้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรได้อีกด้วย

 

เอิร์ธออแกนิค 1

       

      -ระบบการประมูลสินค้าเกษตร หรือ E-biding เช่น ครอปเปอร์แซด เป็นแพลตฟอร์มที่จะทำให้เกษตรกรไทยสามารถเข้าถึงข้อมูลความต้องการของตลาด และช่วยยกระดับภาคธุรกิจให้สามารถพัฒนาผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพ ควบคุมราคา และปริมาณได้ตรงตามความต้องการของตลาด ทำให้สามารถทราบว่าจะมีพืชเกษตรชนิดใดออกช่วงไหน โดยข้อมูลนี้จะช่วยสนับสนุนการสร้างตลาดกับกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะโรงงานแปรรูปที่ต้องการวัตถุดิบเข้าสู่สายการผลิต ซึ่งจะทำให้ทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการมีผลผลิตที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง

       -ระบบตลาดออนไลน์ หรือ Marketplace ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมสินค้าสินค้าของเกษตรกรที่มีคุณภาพ ส่งต่อให้ถึงมือผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น มีแซ่ด (MeZ) ศูนย์กลางเชื่อมโยงและแบ่งปันผลไม้คุณภาพจากเกษตรกร ที่พร้อมส่งผลไม้จากสวน ผ่านการคัดสรรและใส่ใจในทุกขั้นตอนการเพาะปลูก เอิร์ทออร์แกนนิค (Earth Organic) ที่มุ่งเน้นกลุ่มสินค้าเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ มีการควบคุมคุณภาพแบรด์สินค้าร่วมกับเกษตรกร เน้นอัตลักษณ์จากท้องถิ่น ส่งตรงถึงผู้บริโภคด้วยการขนส่งที่มีคุณภาพ

       -ระบบการขายออนไลน์ส่งมอบให้ผู้บริโภคและธุรกิจเกษตร (B2B /B2C) ซึ่งเป็นตัวช่วยสนับสนุนการขายสินค้าเกษตรผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น ฟาร์มบุ๊ค (Farmbook) ระบบนิเวศสังคมเกษตรที่ให้เกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ให้บริการ ผู้จัดจำหน่าย ผู้ซื้อ และผู้ปริโภคมารวมตัวกันเพื่อสร้างการเชื่อมโยงหลากหลายด้าน (Multisided Markets) สามารถเชื่อมกลุ่มคนจากทั่วทุกมุมโลกที่เข้าถึงอินเตอร์เน็ตไว้ด้วยกัน

       รวมทั้งยังมีมีข้อมูลตลาดที่ชัดเจน ทำให้ทุกขั้นตอนในการซื้อขายมีประสิทธิภาพ เฟรชเก็ต (Freshket) ตลาดสดออนไลน์สำหรับร้านอาหารและผู้บริโภค มีแพลตฟอร์มสำหรับรวบรวมและจำหน่ายอาหารสด สามารถเชื่อมต่อกับร้านอาหาร และผู้บริโภคได้อย่างอิสระตลอด 24 ชั่วโมง

        Freshket 2_1และ เนเจอร์ ฟู้ด (Naturefood) แอปพลิเคชั่นสำหรับการซื้อขายข้าวอินทรีย์และสินค้าเกษตรปลอดภัย มีบริการส่งถึงบ้าน และให้บริการส่งออกทั่วโลกแบบ One Stop Service ตลอดจนการใช้สิทธิประโยชน์จาก FTA เพื่อช่วยสนับสนุนการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าตกต่ำ ยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตร รวมทั้งทำให้คนในสังคมมีสุขภาพดี

“ในภาวะวิกฤตินี้เป็นโอกาสสำหรับสตาร์ทอัพหรือผู้ที่มีแนวคิดในการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมได้หลากหลายประเภทเช่นกัน โดยเฉพาะสตาร์ทอัพในกลุ่มเกษตรกรรม นอกจากนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้น ยังเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญทั้งระบบตลาด การซื้อขาย การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาที่มีอยู่เดิมและกำลังจะเกิดใหม่ อีกสิ่งที่สำคัญที่ทุกคนต้องตระหนักคือไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม การต่อยอดหรือประยุกต์อุตสาหกรรมนี้ยังมีแนวทางและรูปแบบอีกเป็นจำนวนมาก ถ้าได้รับการสนับสนุนจริงจังจะทำให้ระบบการเกษตรในประเทศแข็งแกร่ง และสามารถยืนอยู่ได้ในทุกภาวะวิกฤติ” ดร.พันธุ์อาจ กล่าวสรุป

ดูรายละเอียดได้ที่ เว็บไซต์ www.nia.or.th และ facebook.com/NIAThailand