สวนกระแส 'COVID-19' งานวิจัยเผย คนไทยไม่ยกเลิกทริปเที่ยวไทยช่วงสงกรานต์

March 13, 2020

ท่ามกลางกระแสโรคระบาด COVID-19 แต่แนวโน้มแพลนการท่องเที่ยวในประเทศช่วงเทศกาลสงกรานต์ยังคึกคัก แม้ในหลายพื้นที่จะยกเลิกจัดกิจกรรม

 

เปิดงานวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของชาวไทยต่อสถานการณ์โรค COVID-19 ของบริษัท อินทัช แอนด์ เอ็นเอ็มเอส จำกัด บริษัทวิจัยการตลาดพันธมิตรไทย-เช็ก ด้วยวิธีการส่งแบบสำรวจผ่านช่องทางออนไลน์ให้กับหน่วยตัวอย่างบน Online Panel โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 3 มีนาคม 2563 ซึ่งเก็บข้อมูลจากหน่วยตัวอย่างรวมทั้งสิ้น 1,087 รายจากทั้ง 5 ภูมิภาคของประเทศไทย

ในแบบสอบถามจะมีการถามถึงผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 ต่อการดำเนินชีวิตประจำวันในด้านต่างๆ วิธีการดูแลสุขภาพตนเอง ความพึงพอใจต่อการแก้ไขปัญหาการควบคุมโรคระบาดของรัฐบาล และผลกระทบของสถานการณ์โรคระบาดต่อแผนการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง

ข้อมูลที่น่าสนใจพบว่า คนไทยกว่า 41เปอร์เซ็นต์ ที่เคยมีการวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระบุว่าจำเป็นต้องยกเลิกหรือเลื่อนแผนการเดินทางออกไป โดย 82 เปอร์เซ็นต์ ของแผนการที่ถูกยกเลิก เป็นการยกเลิกทริปการเดินทางต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม มีเพียง 51 เปอร์เซ็นต์ ที่ยกเลิกแผนการเดินทางในประเทศ โดยส่วนใหญ่ระบุเหตุผลว่า จำเป็นต้องกลับถิ่นฐานไปอยู่กับญาติหรือครอบครัว มั่นใจว่าดูแลสุขภาพตนเองได้ และเชื่อว่าจังหวัดที่เดินทางไปนั้นยังไม่ใช่พื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด

งานวิจัยยังเผยว่า หน่วยตัวอย่างส่วนใหญ่ยังคงจำเป็นต้องซื้อหน้ากากอนามัยในราคาสูง โดย 88 เปอร์เซ็นต์ ซื้อหน้ากากอนามัยในราคาแผ่นละ 20-50 บาท และต้องซื้อหน้ากากอนามัยในราคาสูงที่สุดถึง แผ่นละ 250 บาท

จากข้อมูลที่พบ จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ถึงแม้จำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปต่างประเทศจะลดลง ทว่าการท่องเที่ยวในประเทศมีแนวโน้มที่จะยังคงคึกคักเช่นเดิม

ทั้งนี้ หน่วยตัวอย่างกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่า มีความพึงพอใจต่ำต่อการจัดการของรัฐบาลต่อปัญหาสถานการณ์โรคระบาดในครั้งนี้ โดยเหตุผลส่วนใหญ่เพราะประเทศไทยยังไม่มีมาตรการการป้องกันหรือการควบคุมที่ดีเท่าที่ควร ยังคงให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาโดยไม่ระงับการเดินทาง และจำนวนยอดผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ