‘ตู่เร่’ ผู้ส่งสารข้ามหุบเขา

March 18, 2020

บุรุษไปรษณีย์ไทยผู้ไม่ยอมละทิ้งหน้าที่ แม้ต้องข้ามภูเขาอีกสักกี่ลูก เพื่อส่งพัสดุถึงมือคุณครูและนักเรียน บนเส้นทางห่างไกลในพื้นที่ชายขอบ

 

“เริ่มต้นจากคนแปลกหน้าจนกลายมาเป็นคนในครอบครัว” นี่คือความผูกพันระหว่างครูประจำโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนกับบุรุษไปรษณีย์ไทยในพื้นที่ ‘เลผะสุคี’ อ.แม่ระมาด จ.ตาก

แม้ว่าต่างคนจะต่างหน้าที่ ต่างภารกิจแต่ด้วยความเสียสละและหัวใจบริการที่ต้องการจะช่วยเหลือและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในพื้นที่ชายขอบ จึงทำให้ทั้งครูประจำโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนและบุรุษไปรษณีย์ กลายเป็นน้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า ที่ต่างคนต่างคอยช่วยเหลือและเกื้อกูลกัน เพื่อผลักดันให้ทั้งภารกิจการสอนหนังสือ การช่วยเหลือเด็ก และภารกิจส่งพัสดุในพื้นที่ห่างไกลสำเร็จลุล่วง และวันนี้เราจะพาไป ‘เปิดคำขอบคุณ’ จากครูและนักเรียนถึง บุรุษไปรษณีย์ผู้เสียสละที่ไม่ยอมละทิ้งหน้าที่แม้ว่าหนทางข้างหน้าจะลำบากแค่ไหน

ส.ต.อ.ดนัย ภูเขาใหญ่ ครูใหญ่หรือ ‘ซาระ’ แห่งศูนย์การเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเลผะสุคี (ศกร.ตชด.บ้านเลผะสุคี) เล่าว่า พื้นที่บริเวณศูนย์การเรียนรู้ล้อมรอบไปด้วยหมู่บ้านกระเหรี่ยงกว่า 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านเลผะสุคี บ้านเกร้ม่อคี บ้านกล๊อหล่อเบลอคี และบ้านทีเนาะเบอ ซึ่งทั้งหมดตั้งอยู่ในตำบลแม่ตื่น อ.แม่ระมาด จ.ตาก 

 

ส.ต.อ.ดนัย ภูเขาใหญ่ ครูใหญ่หรือซาระ

ส.ต.อ.ดนัย ภูเขาใหญ่ ครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเลผะสุคี

พื้นที่ทั้งหมดถูกล้อมด้วยหุบเขา ในอดีตการเดินทางเป็นไปอย่างยากลำบาก ตอนที่ตนเข้ามาประจำการใหม่ๆ ยังไม่มีถนนตัดผ่าน ต้องใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมงยิ่งเป็นช่วงหน้าฝน การเดินทางจะลำบากกว่าเป็นสิบเท่า ชาวบ้านและนักเรียนเหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ทางโรงเรียนจะต้องกักตุนข้าวสาร และอาหารไว้ยังชีพตลอดฤดูฝน เพราะการที่จะรอให้คนภายนอกเข้ามาช่วยเหลือเป็นไปได้ค่อนข้างยาก มีเพียงบุรุษไปรษณีย์ไทยเท่านั้นที่ยังอาสาเทียวเข้าเทียวออกระหว่าง ต.แม่ตื่น อ.แม่มะราด เพื่อคอยนำส่งจดหมาย หรือพัสดุ

แม้ว่าจะไม่ได้เดินทางทุกวันเพราะการทำงานค่อนข้างมีอุปสรรค บางครั้งต้องนอนค้างบ้านญาติ เพื่อที่วันรุ่งขึ้นจะได้นำจ่ายจดหมายต่อโดยไม่ต้องเสียเวลา และสิ่งหนึ่งที่ตนเห็นคือพวกเขาไม่เคยหยุดปฏิบัติหน้าที่แม้ว่าหนทางจะลำบากแค่ไหน

ครูตชด. ทุกคนยอมรับว่าบุรุษไปรษณีย์ทำงานหนักเพราะต้องเทียวขึ้นเทียวลงประจำไปส่งจดหมายตามเขาลูกนั้นลูกนี้บ้าง แวะมาที่โรงเรียนบ้าง เรียกได้ว่าครูตชด. ทุกคนและบุรุษไปรษณีย์ค่อนข้างสนิทกัน เพราะนอกเหนือจากการทำหน้าที่เป็นบุรุษไปรษณีย์แล้ว เขายังเปรียบเสมือนคนที่คอยทำให้คนในพื้นที่ต.แม่ตื่น ได้สื่อสารกับโลกภายนอกด้วย

ด้าน ศตวรรตชัย ใหม่โหม่ง จำหน้าที่นำจ่าย สังกัด ปณอ.(101) แม่ตื่น หรือที่ชาวบ้านรู้จักในนาม ‘ตู่เร่’ (ภาษากระเหรี่ยง) ที่แปลว่า ‘บุรุษไปรษณีย์’ เล่าว่า หลังจากที่พ่อของตนเองเกษียณ ตนก็รับช่วงทำหน้าที่นำจ่ายในพื้นที่ ต.แม่ตื่น แทน เพราะไม่อยากทอดทิ้งอาชีพที่คุณพ่อเคยทำจึงตัดสินใจรับไม้ต่อ ประกอบกับตนมีความคุ้นเคยกับคนในพื้นที่อยู่แล้วการเข้ามารับหน้าที่จึงไม่ใช่เรื่องยาก

 

ศตวรรตชัย ใหม่โหม่ง บุรุษไปรษณีย์ไทย

ศตวรรตชัย ใหม่โหม่ง บุรุษไปรษณีย์ไทย

แม้ว่าบางครั้งการเดินทางขึ้นเขาลงเขา หรือการนำจ่ายไปยังหมู่บ้านอื่นๆ จะเต็มไปเป็นด้วยความยากลำบาก เพราะเส้นทางไม่เอื้ออำนวยโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ประกอบกับพื้นที่ภูเขาที่ค่อนข้างสลับซับซ้อน หมู่บ้านแต่ละแห่งตั้งอยู่กลางหุบเขาตนเองก็ไม่เคยท้อ และไม่เคยคิดจะหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะ ณ ตอนนี้มีตนเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เป็นคนคอยส่งข่าว ส่งสิ่งของ ให้แก่ชาวบ้านที่อาศัยใน ต.แม่ตื่น หากตนหยุดปฏิบัติหน้าที่ไปคงจะหาคนมาทำแทนยาก

ดังนั้นเพื่อเป็นการเชื่อมคนใน ต.แม่ตื่น กับโลกภายนอกตนพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นบุรุษไปรษณีย์นำจ่ายต่อไป แม้ว่าหนทางข้างหน้าจะลำบากมากยิ่งขึ้นก็ตาม

“ผมจะทำหน้าที่เป็นบุรุษไปรษณีย์นำจ่ายแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะทำไม่ไหว เพราะทุกครั้งที่ผมเอาพัสดุหรือจดหมายไปให้เจ้าของบ้านผมได้เห็นแววตาแห่งความหวัง และแววตาแห่งความขอบคุณ มันทำให้การนำจ่ายของผมมีความหมายมากกว่าแค่การเอาจดหมายหรือกล่องพัสดุไปยื่นแล้วก็กลับบ้าน ทุกวันนี้คนในพื้นที่เปรียบเสมือนญาติของผมไปแล้ว ที่ผ่านมาผมได้รับความช่วยเหลือมาโดยตลอด โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่ไม่สามารถกลับลงไปนอนข้างล่างได้ ชาวบ้านก็ให้ที่นอนและหาข้าวให้ทาน สิ่งเหล่านี้ผมมองว่ามันยิ่งใหญ่กว่าอะไรทั้งหมด” ศตวรรตชัย กล่าว

 

ภาพประกอบบทความชีวิตดีเพราะมี “บุรุษไปรษ_0

 

ในมุมของผู้รับ เด็กหญิงกมลวรรณ รักธรรมชาติ อายุ 11 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 บอกว่า รู้สึกดีใจมากๆ ที่พี่ๆ ไปรษณีย์ไทย และพี่ๆ ทุกคนไม่ลืมเด็กๆ ในศูนย์การเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเลผะสุคีและเข้ามาทำกิจกรรม พร้อมกับมอบของขวัญและอุปกรณ์การเรียนให้เรา

ขณะที่ เด็กชายยุทธภพ แสนหอม อายุ 12 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 บอกว่า ผมขอเป็นตัวแทนน้องๆ นักเรียนจากศูนย์การเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเลผะสุคี เพื่อขอบคุณทุกคนที่เข้ามาช่วยเหลือนักเรียนในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการด้านอุปกรณ์การเรียน อาหารกลางวัน รวมทั้งการจัดกิจกรรมสนุกๆ เพื่อเปิดโลกทัศน์ของน้องๆ และเพื่อนๆ ในโรงเรียนบ้านเลผะสุคี