'เลื่อนออกสลาก' โอกาสทองสู่การขายผ่านแอพลิเคชั่น

March 27, 2020

ปรับรูปแบบซื้อ-ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล สู่ออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชั่น แบบไม่กระทบผู้ขาย สู้วิกฤต COVID-19

 

จากสถานการณ์ความเดือดร้อนของผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลในขณะนี้ ล่าสุดบอร์ดสลากกินแบ่งรัฐบาลมีมติเลื่อนการออกรางวัลจากวันที่ 1 เมษายนไปเป็นวันที่ 2 พฤษภาคม และงดการจำหน่ายสลากไป 2 งวด คือ งวด 16 เมษายน และ 2 พฤษภาคม 2563 โดยจะคืนเงินให้แก่ผู้ที่ทำรายการจองสลากล่วงหน้างวดวันที่ 16 เมษายน และมีแนวคิดจะปรับเปลี่ยนการจำหน่ายสลากมาสู่ช่องทางออนไลน์ แบบไม่กระทบผู้ขายทั้งหมด

ธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ให้ความเห็นว่า "นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ภาคประชาชนมีความเห็นที่สอดคล้องกับทางสำนักงานสลาก แต่ก็ไม่ใช่จะเห็นพ้องต้องกันทั้งหมด"

ประการแรก เห็นด้วยกับการงดการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่กระจายของเชื้อโควิด 19 จะคลี่คลาย เพราะหากยังคงให้ผู้ค้าขายสลากต่อไป จะมีโอกาสทั้งเจ็บคือขาดทุน และป่วยคือได้รับเชื้อโควิด และอาจแพร่กระจายเชื้อต่อ และหากรัฐบาลประกาศนโยบายล็อคดาวน์ที่เข้มข้นขึ้นจนถึงการห้ามออกจากที่พักอาศัย ผู้ค้าจะไม่สามารถขายสลากได้เลย

ประการที่สอง อยากให้สำนักงานสลากดูแลช่วยเหลือผู้ค้าสลากรายย่อยด้วย เพราะผู้ค้ารายย่อยคือผู้ที่ทำคุณประโยชน์แก่สำนักงานสลากมากที่สุด เป็นผู้ทำให้กิจการสลากอยู่มาได้อย่างยาวนาน สำนักงานจึงควรมีน้ำใจต่อผู้ค้าที่เดือดร้อนในภาวะนี้ด้วย  น่าเสียดายที่ในการแก้ไข พ.ร.บ.สลาก พ.ศ. 2562 สำนักงานสลากได้ตัดมาตราว่าด้วย 'กองทุนสลากฯเพื่อพัฒนาสังคม' ออกไป เพราะหากยังคงมีกองทุนนั้นอยู่จะสามารถนำมาสร้างระบบสวัสดิการให้แก่ผู้ค้าสลากได้ เพื่อดูแลยามเจ็บไข้ได้ป่วย หรือประสบความเดือดร้อนอื่นๆ  

 

ธนากร คมกฤส สำเนา 2

ธนากร คมกฤส

ประการที่สาม ขอสนับสนุนนโยบายของสำนักงานสลากฯ ในการสนับสนุนเงินให้แก่กิจการทางการแพทย์ต่าง ๆ เพื่อจัดหาทรัพยากรจำเป็นในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่เชื้อโควิด 19 อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย หากในวิกฤตการณ์นี้สำนักงานสามารถช่วยเพิ่มการสนับสนุนที่มากขึ้นก็จะถือเป็นการทำคุณอย่างใหญ่หลวง

ที่สำคัญคือ ประการที่สี่ ขอให้สำนักงานสลากฯ ใช้เวลาช่วงนี้เตรียมความพร้อมในการจำหน่ายสลากผ่านระบบแอพพลิเคชั่น เมื่อสถานการณ์ของโรคโควิด 19 คลี่คลาย และพร้อมจะเริ่มกลับมาจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง จึงเริ่มดำเนินการจำหน่ายสลากผ่านระบบแอพลิเคชั่น ด้วยการลดจำนวนสลากใบลง เหลือไว้เพียงจำนวนหนึ่งสำหรับผู้ค้าที่เป็นผู้พิการ ผู้สูงอายุที่ยังจำเป็นต้องประกอบอาชีพ และผู้มีรายได้น้อยที่เข้าไม่ถึงโอกาส  ทั้งนี้ต้องรักษาเพดานของจำนวนสลากไว้ไม่ให้เพิ่มมากกว่าจำนวนเดิมที่ 100 ล้านใบ หรือน้อยกว่าจำนวนเดิม

ระบบแอพลิเคชั่นนี้ให้นำมาใช้สำหรับจำหน่ายสลากหกหลักหรือสลากเดิม โดยไม่มีความจำเป็นต้องออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่อย่างสลาก 12 นักษัตร หรือล็อตโต้ หรืออื่น ๆ เพราะเป็นที่ยืนยันแล้วว่าการแก้ปัญหาด้านผลิตภัณฑ์ เช่น การพิมพ์สลากเพิ่มมากว่า 200 เปอร์เซ็นต์ การออกสลากรวมชุด 2 ใบ ไม่ได้ทำให้ราคาสลากลงมาที่ 80 บาทได้ และก็ไม่ได้ทำให้การเล่นหวยใต้ดินของประชาชนลดลง

ผลสำรวจของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยืนยันชัดเจนว่าตลอด 4 ปีที่ผ่านมาประชาชนไม่ได้เล่นหวยใต้ดินลดลง และยังเพิ่มขึ้นจากเดิมด้วย ซึ่งเป็นที่เชื่อได้ว่า การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ก็จะไม่สามารถแก้ปัญหาทั้งสองอย่างได้ ฉะนั้นการแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนช่องทางการจำหน่ายคือการแก้ที่ตรงจุดที่สุด เพราะจะทำให้อิทธิพลของปั๊วหมดไป เมื่อคนมาซื้อสลากจากสำนักงานโดยตรง

 ขายหวย

 

ศาสตราภิชาน ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง กล่าวว่า ขอเสนอให้สำนักงานสลากฯ ระงับการออกสลากไปอย่างไม่มีกำหนด รอจนสถานการณ์การแพร่เชื้อโควิดคลี่คลายลงแล้วค่อยกลับมาเริ่มต้นใหม่ เพราะช่วงนี้รัฐบาลต้องการให้ประชาชนมีรายได้เพื่อจับจ่ายใช้สอยที่จำเป็น และพยายามที่จะกระจายเงินออกไปสู่ประชาชน แต่หากรัฐบาลยังคงออกสลากอยู่ จะเป็นการดูดเงินออกจากมือประชาชนกลับมาสู่รัฐ ซึ่งจะกลับกลายเป็นการกระทำในทางตรงกันข้าม แม้จะมีเสียงบอกว่าการถูกหวยจะทำให้มีเงินใช้ แต่จะได้เพียงคนส่วนน้อยไม่ถึงหยิบมือเท่านั้น ขณะที่คนส่วนใหญ่คือคนเสีย การหยุดจำหน่ายสลากในช่วงนี้ยังจะช่วยทำให้การเล่นหวยใต้ดินของประชาชนลดลงไปพร้อมๆ กัน

 

เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

“เมื่อเลื่อนการออกสลากไปแล้ว ถือเป็นจังหวะทองที่รัฐบาลจะเลิกวิธีการขายหวยกระดาษเปลี่ยนมาขายทางแอพพลิเคชั่นได้เลย เพื่อใช้ระบบนี้แก้ปัญหาสลากแพง และจะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลอย่างยิ่ง เพราะจะเกิดการประหยัดต้นทุนจากการจำหน่ายสลากใบ ทั้งค่าพิมพ์ ค่าจัดส่งทางไปรษณีย์ และที่สำคัญคือส่วนที่ต้องแบ่งไปให้ผู้ค้าทั้งรายใหญ่รายเล็ก รัฐจะได้เงินคืนกลับมามากกว่า 17 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นเงินหลายหมื่นล้านบาท เอามาทำประโยชน์ได้มากมาย รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้ค้าสลากใบที่มือดีขาดีตาดีเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่นได้ มองมุมบวกคือโควิด-19 เป็นโอกาสสร้างการเปลี่ยนแปลงดีๆ ให้เกิดขึ้นได้” ดร.เจิมศักดิ์กล่าว