10 วิวาทะ ท่ามกลางฝุ่นควันไฟป่า

April 6, 2020
by บัณรส บัวคลี่, ภาพ: โดรนอาสา

สถานการณ์ฝุ่นควันไฟป่าภาคเหนือยังคงวิกฤติ ขณะที่ความขัดแย้งทางความคิดก็ยังคงปะทุคุกรุ่น หากยังหาบทสรุปไม่ได้ก็ยากที่จะหาทางออกอย่างยั่งยืน

 

ยังเหลือเวลาอีกร่วมเดือนกว่าฝนจะตก คนภาคเหนือจะยังอยู่กับฤดูฝุ่นควันพร้อมๆ กับโรคระบาดต่อไปอีก ตลอดสามเดือนมานี้ได้มีเหตุการณ์หลายๆ เหตุ สะท้อนถึงความขัดแย้งมิติต่างๆ ที่น่าสนใจ การจะแก้ปัญหามลพิษฝุ่นควันให้ได้ในอนาคต เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องหยิบเอาความขัดแย้งเหล่านี้ร่วมพิจารณาด้วย

ความขัดแย้ง หรือ วิวาทะ ทั้ง 10 ประกอบด้วย

1. บริจาค / ไม่ต้องบริจาค

ปกติทุกปีการบริจาคข้าวของให้กับทีมดับไฟมีไม่มาก จวบจนกระทั่งเกิดไฟไหม้ใหญ่หรือฝุ่นท่วมขนาดหนัก ส่งแรงสะเทือนไปถึงคนในเมืองที่อยากทำอะไรสักอย่างเพื่อบรรเทาปัญหา ประจวบกับปีนี้เกิดมีไฟไหม้ใหญ่เชิงดอยสุเทพต่อเนื่องสองสัปดาห์ กระแสการบริจาคใหญ่จึงเกิดขึ้นเซเลบดาราพิธีกร อย่างวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล เป็นหนึ่งในหัวขบวนออกมาก่อน แล้วก็ถูกปฏิเสธโดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นให้นายตำรวจโทรฯไปสั่งให้ยุติ บอกว่าทำให้อุทยานฯเสื่อมเสียและของมีเพียงพอแล้ว 

ประเด็นหัวใจของวิวาทะนี้ก็คือ ราชการเกิดกังวลว่าผู้ใหญ่ในกรุงเทพฯจะเข้าใจผิดว่าบริหารงบประมาณไม่ดีถึงขั้นต้องขอจากสังคมเพิ่มเติม ประเด็นรองลงมา ของที่บริจาคส่วนใหญ่ไม่ใช่ของที่ทีมดับไฟต้องการ เช่นมีขวดน้ำท่วมสูงมากมายเกินจำเป็น ไม่มีสถานที่เก็บ อย่างไรก็ตามฝ่ายที่สนับสนุนการบริจาคมองว่า นี่คือกลไกสร้างการมีส่วนร่วมจากภาคสังคม

2. เกษตรเชิงเดี่ยว / โซนนิ่งป่าต้นน้ำ

วิวาทะนี้เป็นข้อเรียกร้องของประชาสังคมให้รัฐบาลมีนโยบายชัดเจน ต่อพืชเกษตรอุตสาหกรรม เช่นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บนพื้นที่ต้นน้ำ วิวาทะนี้ถูกแย้งว่าได้มีการจัดระเบียบไม่ให้เผาในช่วงฤดูฝุ่นแล้ว แต่เกษตรเชิงเดี่ยวบนที่สูงก็เป็นหนึ่งของปัจจัยการเปลี่ยนแปลงภูมิศาสตร์เมืองหุบเขา และการเปลี่ยนภูมิอากาศของภาคเหนือ

3. นิยามภัยพิบัติ / การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม

นิยามของปัญหาฟังเหมือนง่าย แต่แท้จริงนำไปสู่วิธีการแก้ มาตรการหลักของการแก้ปัญหามลพิษฝุ่นควันที่ผ่านมาจัดทัพราชการภายใต้ พรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้ผู้ว่าฯมีดาบบังคับทุกหน่วยแบบ single command เหมือนน้ำท่วม พายุเข้า โครงสร้างงบประมาณหลักจัดลงไปที่การแก้ปัญหาภัยพิบัติ(ไฟไหม้) เน้นการจัดการแค่ประมาณ 3 เดือน แต่หากนิยามปัญหานี้เป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงใหญ่ด้านสิ่งแวดล้อม มาตรการรองรับจะทำตลอดทั้งปี มุ่งจัดการต้นตอปัญหาเป็นสำคัญ และจัดระเบียบการบังคับบัญชาราชการให้เกิดเอกภาพในช่วงเผชิญเหตุ

4. ชาวเมือง / ชาวบ้าน

มุมมองที่ชี้ไปถึงต้นเหตุ ชาวเมืองไม่ยอมรับว่าตัวเองก็เกี่ยว ขณะที่ชาวเมืองชี้ไปที่ชาวบ้านชนบทว่าเป็นต้นตอปัญหาเกิดมายาวนานและยังมีอยู่ ทั้งๆ ที่ทุกคนทุกฝ่ายทุกระดับมีส่วนก่อกำเนิดมลพิษฝุ่นควันในทางใดทางหนึ่ง ไม่มากก็น้อย

5. Zero Burning / Fire Management

มาตรการห้ามเผาเด็ดขาด 60 วันที่เริ่มใช้เมื่อราว 3-4 ปีก่อน ก่อให้เกิดชุดความคิดแก้ปัญหาโดยจำกัดไฟให้มีน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งทำให้มีวิวาทะและข้อขัดแย้งตามมาจากกลุ่มที่คิดว่ายังจำเป็นต้องใช้ไฟ แต่ใช้ให้เป็นหรือ Fire Management

6. รวมศูนย์ / กระจายอำนาจ

ปัญหานี้เป็นเรื่องใหญ่และซับซ้อน และก็ไม่ใช่การต้องเลือกเอาระหว่างการจัดการแบบรวมศูนย์แก้ หรือกระจายอำนาจเต็มรูปเพื่อจะแก้ให้ได้ หากทว่าต้องมีการจัดการอำนาจแต่ละระดับให้เหมาะสม ปัจจุบันอปท.ในท้องถิ่น ทั้งอบต.และเทศบาล แทบจะไม่มีบทบาทมากนัก เช่นมีหน้าที่ฉีดพ่นน้ำตามถนนหนทาง สนับสนุนเจ้าหน้าที่ร่วมลาดตระเวน เป็นต้น เสียงเรียกร้องเรื่องให้กระจายอำนาจมากขึ้นเป็นเพราะชุมชนและท้องถิ่นส่วนร่วมกับชุดมาตรการใหญ่น้อยมาก

7. ปัญหาเกิดจากอะไร / อะไรคือปัญหา

นี่คือปัญหาความรู้ความเข้าใจซึ่งต้องอาศัยข้อมูลและการศึกษาที่ลึกซึ้งและครอบคลุม ตลอดหลายปีจนกระทั่งล่าสุดเมื่อเกิดเหตุควันฝุ่นเกินมาตรฐาน หรือเกิดไฟไหม้ ณ จุดใดขึ้นมา มักมีคำถามและการโต้แย้งเสมอ จากวิธีมองช้างเชือกเดียวกันแต่คนละมุมมอง สนใจเฉพาะจุดที่ตนสนใจ ตกลงปัญหาเกิดจากอะไร ข้อถกเถียงที่ว่าคือรากเหง้าของความขัดแย้งอื่นๆ

8. มาตรฐานค่าอากาศแบบรัฐ / มาตรฐานค่าอากาศทางเลือกอื่น

มาตรฐานค่ามลพิษของไทยที่กรมควบคุมมลพิษใช้ เป็นค่าเฉลี่ย 24 ช.ม. และใช้เกณฑ์ AQI ของไทย ที่แตกต่างจากประเทศพัฒนาแล้ว เช่น US AQI ก็ใช้อีกค่าหนึ่ง ราชการต้องรายงานและอ้างอิงเครื่องวัดราชการของ คพ.เท่านั้น แต่มีน้อยจุดกว่าเครื่องวัดเอกชนหรือของเครือข่ายมหาวิทยาลัยที่ใช้เซนเซอร์ราคาถูก แต่ครอบคลุมกว่า มีปัญหาที่จังหวัดภาคเหนือบางแห่งไม่ยอมรับค่าเซนเซอร์เครื่องวัดมหาวิทยาลัย ขณะที่ประชาชนเลือกใช้เครื่องวัดที่แสดงค่าเรียลไทม์ หรือเป็นรายนาที ซึ่งสะดวกต่อการใช้ชีวิตมากกว่า จนบัดนี้ประเด็นเรื่องมาตรฐานเครื่องวัด จะใช้เกณฑ์ใด สัญลักษณ์สี และวิธีรายงานก็ยังอยู่ในวงถกเถียง

9. เห็ดป่า / เห็ดธรรมชาติ

นี่ยังไม่ใช่วิวาทะใหญ่ แต่ก็เริ่มเป็นประเด็น เมื่อมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ทำแคมเปญเพาะเห็ดในป่า เพื่อลดการเผา ใช้หนามยอกหนามบ่งกลุ่มที่เผาเพื่อเก็บของป่าขาย แต่ก็มีข้อถกเถียงขึ้นมาจากฝ่ายที่หนุนการจัดการป่าเต็งรังด้วยไฟ หากเพาะเห็ดประจำ ไฟไม่เกิดจะนำมาสู่ไฟไหม้ใหญ่จากเชื้อเพลิงสะสม เรื่องนี้ต้องดูกันไปยาวๆ เพราะเพิ่งจะเริ่มเป็นประเด็นไม่นาน

10. โดรน / ห้ามโดรน

จะว่าไป การห้ามโดรนจิตอาสาขึ้นบินจนถอนตัวไปเป็นดราม่าก็ได้ เพราะเกิดในคืนที่มีไฟไหม้ดอยสุเทพใหญ่มากสามารถมองด้วยตาจากในเวียง และเป็นวันหลังจากรัฐมนตรีและผู้ใหญ่ในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ ผู้บังคับบัญชาโดยตรงของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพเดินทางไปตรวจการดับไฟบนดอย 

ฝ่ายโดรนอาสาระบุ ภาพไฟไหม้ใกล้ถึงวัดพระธาตุเป็นประเด็นที่ราชการไม่อยากให้เผยแพร่สู่สาธารณะ ส่วนราชการก็บอกว่าเป็นเรื่องความมั่นคงและความปลอดภัย ภาพถ่ายต้องส่งเข้าศูนย์ไม่เผยแพร่ทั่วไปเพราะอาจมีความลับราชการ 

สรุปว่า ลึกลงไปของความขัดแย้งเรื่องให้มีโดรนอาสาหรือไม่ก็คือ ประเด็นการเผยแพร่ภาพถ่ายไฟไหม้จากมุมสูง ซึ่งจากนี้ไปคงยากจะได้เห็นภาพไฟไหม้จากมุมสูงอย่างเสรี เพราะกฎระเบียบการบินโดรนของบ้านเราเข้มงวดมาก หากไม่ทำในนามราชการแล้ว ประชาชนทั่วไปคงไม่สามารถขึ้นบินถ่ายไฟไหม้ป่าได้เสรี