หยุดไวรัสที่ปัตตานี มาตรการสกัดโรคร้ายปลายด้ามขวาน

April 7, 2020

มาตรการเอาจริงเอาจังของทุกฝ่ายทำให้บรรยากาศในพื้นที่ปลายด้ามขวานมีความหวัง

หลังจากจังหวัดปัตตานีพบผู้ติดเชื้อจากการเดินทางไปร่วมชุมนุมทางศาสนาที่อินโดนีเซีย ทำให้ท้องถิ่นงัดมาตรการคุมการแพร่ระบาด โดยทำงานร่วม 4 องค์กรหลักพร้อมองค์กรศาสนาในพื้นที่เผยแพร่ สร้างความเข้าใจต่อชาวบ้าน ผนึกกำลังทำความสะอาดมัสยิด ด้าน อสม.เฝ้าระวังปฏิบัติการเข้มแข็งเคาะถึงประตูบ้าน

การียา ดีเยาะ ผอ.กองการศึกษา อบต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี กล่าวว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ขณะนี้ได้เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อใช้เป็นพื้นที่กักตัวกลุ่มเสี่ยง โดยก่อนหน้านี้ มีผู้ติดเชื้อหนึ่งคนจากการเดินทางไปร่วมชุมนุมทางศาสนาที่ประเทศอินโดนีเซีย และต่อเครื่องที่ประเทศสิงคโปร์ ก่อนที่จะกลับมาในพื้นที่ ทั้งนี้มีการบริหารการทำงานในพื้นที่ 4 หน่วยงานหลัก รวมทั้งองค์กรศาสนา นั่นคือโต๊ะอิหม่ามในพื้นที่

สำหรับมาตรการในพื้นที่ได้ทำงานร่วมกัน โดย รพ.สต.จะทำหน้าที่โดยตรงในการดูแลที่ศูนย์กักตัว มีชุด อสม.อยู่เวรประจำวันดูแลทุกวัน และเจ้าหน้าที่ทหารเป็นกำลังหลักแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ในการเฝ้าเวรยามศูนย์กักตัวโดยรอบทั้งกลางวันและกลางคืน ขณะที่ภาคประชาชน หรือชาวบ้านในพื้นที่ในการบริจาคข้าวปลาอาหารสนับสนุนภารกิจนี้ นอกเหนือจาก อบต.ที่รับผิดชอบเรื่องการกินอยู่ อาหาร และการดูแลทั้งหมด ทั้งนี้ถือว่าศูนย์ใหญ่ปฏิบัติการโควิด อยู่ที่ อบต.เป็นหลัก โดยจะมีการประชุมประชาสัมพันธ์สรุปงานร่วมกันตามหมายกำหนดการนัดหมายแต่ละครั้ง

“ขณะที่การดูแลผู้ที่กักตัวอยู่ที่บ้านบางส่วน เนื่องจากไม่ยอมมาอยู่ที่ศูนย์พักพิงนั้น เพราะบางคนมีภาระมากจึงไม่มา ทางนายกฯอบต.ได้ส่ง อาหาร และอุปกรณ์ความปลอดภัยต่างๆ ที่จำเป็น เช่น หน้ากากอนามัย เจล ผ่านอสม.และ รพ.สต. เข้าไปเยี่ยมดูแล รับผิดชอบโดยตรงถึงบ้านของผู้ที่กักตัวอยู่ 14 วัน” การียา กล่าว

นอกจากนี้เขายังระบุด้วยว่า ในกระบวนการจัดหาอุปกรณ์ความปลอดภัย ยังเป็นภารกิจหลักของ อบต. ทั้งการรณรงค์ ชี้แจงทำความเข้าใจ ให้ความรู้ สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ตลอดจนบริการแจกหน้ากากอนามัย และขอความร่วมมือให้ประชาชนไปรายงานตัวกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน หากเดินทางกลับมาในพื้นที่

“ขณะเดียวกัน ยังรวมไปถึงการประสานงานไปยังมัสยิดต่างๆ ในการเฝ้าระวัง โดยส่วนใหญ่จะปิดมัสยิดแล้วตามคำสั่งของจุฬาราชมนตรี งดการละหมาดวันศุกร์ และขอความร่วมมือ ประสาน โต๊ะอิหม่าม ในการให้ความรู้ การป้องกันตัวให้กับประชาชนที่มา รวมทั้งในมัสยิด นั้นให้มีการกวดขันระวังเป็นพิเศษ ทั้งการทำความสะอาด ซึ่งมีกำลังของประชาชนในพื้นที่ เข้ามาช่วยกันทำความสะอาดละมาด มีการตั้งจุดเจลทำความสะอาด ก่อนที่ทุกคนจะเข้าไปในมัสยิด และทุกคนเป็นข้อบังคับว่า ต้องใส่หน้ากากอนามัย”

การเอาจริงเอาจังของทุกฝ่ายทำให้บรรยากาศในพื้นที่ดูมีความหวัง ประชาชนตื่นตัวในการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดโควิด-19 เป็นอย่างมาก มีกิจกรรมเพื่อให้ความรู้ ฝึกอบรม โดย อบต.และ รพ.สต.ให้ทั้งเจ้าหน้าที่ อบต. อสม. ทีมกำนันผู้ใหญ่บ้าน เพื่อนำไปถ่ายทอดความรู้ในหมู่บ้าน และในครอบครัว

“นวัตกรรมทางสังคมที่คิดว่าเห็นชัด คือ การที่ อสม.เดินไปเคาะถึงประตูบ้าน หรือเรียกว่า โครงการเคาะประตูบ้าน เพื่อพูดคุย รณรงค์ ดูแล และให้ความรู้แก่ชาวบ้านชนิดเข้าถึงบ้านแต่ละหลังกันเลยในการป้องกันตัวเองทั้งตัวเองและครอบครัว ชุมชน เพื่อสกัดการแพร่ระบาดในพื้นที่ รวมทั้งการช่วยดูแลสุขภาพจิตของทั้งผู้ที่กักตัวอยู่ในบ้านและผู้สูงอายุ“ ผอ.กองการศึกษา อบต.ตะบิ้ง กล่าว