‘หมอออนไลน์’ คัดกรองโควิด-19 ง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว

April 7, 2020
by นฤมล ทับปาน

ปรึกษาหมอที่ใช่ อยู่ที่ไหนก็รักษาได้ กับหน่วยคัดกรองความเสี่ยงโควิด-19 เบื้องต้น มิติใหม่ของพลังสตาร์ทอัพ

HIGHLIGHTS

  • Doctor A to Z หาหมอที่บ้านผ่านวีดีโอคอล Teleconsult  ได้ทันทีเมื่อคุณหมอขึ้นสถานะออนไลน์บนแอพ หรือจะนัดหมายเพื่อตรวจโรคเบื้องต้น และประสานงานเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล กรณีที่หมอเห็นสมควรได้ฟรีสำหรับโควิด-19 
  • ใกล้มือหมอ ช่วยตรวจคัดกรองโรคเบื้องต้น อธิบายรายละเอียดของโรคต่างๆ พร้อมคลิปวิดีโอแนะนำการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ค้นหาโรงพยาบาลที่สามารถทำการตรวจเชื้อ PCR ของโควิด-19 ได้ทันที
  • Chiiwii แพลตฟอร์มคัดกรองผู้ป่วยทางออนไลน์  คุยกับหมอและตอบโต้กันได้แบบเรียลไทม์ ผ่าน 3 ช่องทาง คือ chat, voice, video call โดยไม่จำกัดสถานที่ ระยะทาง แม้ไม่ได้อยู่ในที่เดียวกัน 
  • See Doctor Now จะมีพยาบาลคอยคัดเลือกหมอเฉพาะทางให้ตรงกับอาการป่วย เพื่อคำปรึกษาที่เหมาะสมกับโรคผ่านระบบไลฟ์วีดีโอคอล และสามารถนัดหมายได้ตามสะดวก พร้อมติดตามผลอย่างต่อเนื่อง 
  • OOCA ปรึกษาปัญหาคาใจ พูดคุยอย่างเป็นกันเองกับจิตแพทย์และนักจิตวิทยา บนออนไลน์ผ่านวีดีโอคอลง่ายๆ จากบ้าน มีแบบทดสอบความเครียดหากไม่แน่ใจว่าจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์หรือไม่ และมั่นใจได้ว่าข้อมูลจะเป็นความลับ 

 

เมื่อใดที่รู้สึกว่าตัวเองเหมือนจะมีไข้ คล้ายจะเป็นหวัด มีอาการคัดจมูก มีน้ำมูกนิดหน่อย มีไอเล็กน้อย ความวิตกมันจะเริ่มทำงาน พร้อมๆ กับประโยคที่ยังคงอยู่ในเครื่องหมายคำถามว่า นี่มันไข้หวัดธรรมดา หรือเราติด ‘โควิด-19’ แล้วกันแน่

แม้จะมีข่าวสารออกมามากมายเกี่ยวกับอาการของโรคระบาดโควิด-19 แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความรุนแรงของโรคนี้มีผลต่อจิตใจ หากไม่รีบไขความกระจ่างให้ตัวเองเห็นทีใจคงหว้าวุ่นไม่หยุด หลายคนจึงเลือกไปตรวจกับคุณหมอที่โรงพยาบาลเอกชนให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย ซึ่งวิธีนี้ก็มีหลายปัจจัยที่ทำให้คนอีกจำนวนมากเข้าไม่ถึง โดยหลักๆ แล้วคือค่าบริการต่อครั้งที่สูงเหยียบหมื่น และด้วยเรากำลังอยู่ในช่วง stay at home หรือ work from home ‘อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ’ การจะไปโรงพยาบาล ที่แหล่งรวมเชื้ออันดับต้นๆ จึงเป็นความเสี่ยงอย่างมาก ทั้งยังเป็นการเพิ่มภาระให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานกันอย่างหนักหน่วงอยู่แล้ว

ทว่าในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีแทรกอยู่เสมอ เพราะนี่คือยุคที่หล่อหล่อมไปด้วยเทคโนโลยีและดูเหมือนว่ามันจะพัฒนาไปในทางที่ดีเสียด้วย เรากำลังพูดถึงนวัตกรรมจากคุณหมอในการดูแลคนไข้ โดยที่เราไม่ต้องก้าวขาออกจากบ้านแม้แต่ก้าวเดียว หรือที่เรียกกันว่าการปรึกษาปัญหาสุขภาพออนไลน์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่นัก แต่ตอบโจทย์ในช่วงวิกฤตโควิด-19 นี้ได้ดีทีเดียว 

นับเป็นมิติใหม่ของการรวมพลังจากเหล่าสตาร์ทอัพด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาลทั่วประเทศ ด้วยการเปิดระบบ ‘Teleconsult’ เพื่อให้บริการร่วมกับทีมแพทย์จิตอาสาทั่วประเทศ และเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการลดการระบาดและแพร่เชื้ออย่างรวดเร็ว ซึ่งมีทั้งฟรีและส่วนลดพิเศษในช่วงนี้ โดยคุณหมออาสามากมายพร้อมให้คำแนะนำและคัดกรองคนไข้ สร้างความตระหนัก คลายความตระหนกกับทุกปัญหาเกี่ยวกับโควิด-19 เบื้องต้น ตลอด 24 ชั่วโมง

 

แม้ห่างไกล แต่ไม่ห่างหมอ

ล่าสุดในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 48 ซึ่งจัดผ่านช่องทางออนไลน์ที่เพิ่งจบกับไป ในคอนเซปต์ ‘หนังสือดิ้นได้’ มีช่วงทอล์คที่น่าสนใจพูดถึงเรื่อง how to save doctor and save people โดยมีทีมแพทย์ 3 ท่าน นำทัพโดยนายแพทย์อนุชา พาน้อย, ผศ.นพ. เติมพงค์ เรียนแพง และนายแพทย์ยุทธพงษ์ อิ่มสุวรรณ วีดีโอคอลพูดคุยกันจากคนละที่

นายแพทย์อนุชา พาน้อย CEO ผู้ก่อตั้งแอพพลิเคชั่น ‘Doctor A to Z’ เล่าถึงที่มาจากโครงการ ‘หาหมอที่บ้าน ปรึกษาวีดีโอคอล Telemed’ สู่โครงการ ‘เป็ดไทยสู้ภัยโควิด-19’ เพื่อ Save คนไข้ Save หมอ ลดการแพร่ระบาด หยุดเชื้อก่อนสายเกินไป

ด้วยความตั้งใจของคุณหมอที่อยากทำแพลตฟอร์มที่ทุกคนเข้าถึงการรักษาหรือบริการทางการแพทย์ โดยเฉพาะกับแพทย์เฉพาะทางได้ดีขึ้น สะดวกขึ้น และในสถานการณ์โควิด-19 เช่นนี้ จึงเกิดเป็นโครงการดีๆ รวมหมออาสาในการให้บริการประชาชน เพื่อเป็นการคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19 เบื้องต้น โดยมีหมออาสากว่า 250 คน

 

ภาพจาก facebook DoctorAtoZ

 ภาพจาก facebook.com/DoctorAtoZ

“ก่อนหน้านี้คนจะมองว่า Teleconsult หรือ telemedicine อาจจะเพิ่มความสะดวกสบายในการไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาล แต่ในสถานการณ์โควิด-19 แพลตฟอร์มนี้ ไม่เพียง save คนไข้ หรือ save หมอ ซึ่งจริงๆ แล้ว หมอก็เป็นเพียงตัวแทนบุคลากรทางการแพทย์ทั้งหมด จะเห็นว่าในโรงพยาบาลไม่ได้มีแค่หมอ ยังมีพยาบาล เภสัช พนักงานตามแผนกต่างๆ ซึ่งเราได้เรียนรู้การรับมือจากหลายประเทศ ในการใช้เทคโนโลยีคัดกรองผู้ป่วย ปรึกษาหมอผ่านวิดีโอคอล การติดตาม tracking รวมถึงการส่งผู้ป่วยในแทร็คที่เหมาะสมไปยังโรงพยาบาล ให้คนไข้ตระหนัก และลดความตระหนก”

คุณหมอ CEO ยังบอกอีกว่า นอกจากจะทำงานกับหมอจิตอาสากว่า 250 คน เพื่อเป็นตัวกลางที่จะรับปรึกษาปัญหาสุขภาพเนื่องจากโควิด-19 ให้ฟรีทั่วประเทศ โดยทำงานทั้งในส่วนของคนไข้ที่มาจากแทร็คกู้ภัยโควิด-19 เหมือนกัน คนที่อยู่ในองค์กรต่างๆ เพื่อดูแลคนในองค์กร รวมถึงระดับมหาวิทยาลัยต่างๆ และระดับท้องถิ่น ในการรวบรวมข้อมูลแต่ละจังหวัด เพื่อบริหารจัดการใช้เทคโนโลยีเข้าไปช่วย

ผศ.นพ.เติมพงศ์ เรียนแพง หนึ่งในคุณหมออาสา เล่าต่อว่า คนไข้ที่อาจจะไม่ได้เป็นแต่มีความกังวลมากๆ หรือที่เรียกว่าแพนิค (Panic) แพลตฟอร์มลักษณะนี้เองจะตอบคำถามและคลายความกังวลได้

 

วินิจฉัยออนไลน์

เมื่อสวมบทบาทเป็นคุณหมอออนไลน์ คำถามยอดฮิตที่คนไข้มักปรึกษากันบ่อยๆ คุณหมอเติมพงศ์ บอกว่า “ส่วนใหญ่เป็นอาการ เช่น รู้สึกเหมือนครั่นเนื้อครั่นตัว มีไข้ ไม่แน่ใจว่าไปพื้นที่เสี่ยงไหม ไปอยู่ในพื้นที่คนเยอะๆ กลับมามีไข้ เจ็บคอ เอ๊ะ...จะเป็นโควิดไหม บางคนก็บอกมีไอ น้ำมูกไหล จาม หอบเหนื่อย ซึ่งเป็นอาการคล้ายๆ หวัด ก็ต้องมาดูที่ประวัติคนไข้ มีโรคประจำตัวหรือเปล่า เพื่อที่จะดูว่าจริงๆ แล้วเข้าข่ายที่จะต้องไปโรงพยาบาลตรวจวินิจฉัยโรคโควิด-19 หรือไม่”

และหากจะให้คุณหมอคอนเฟิร์มในระดับหนึ่งว่าพบอาการเช่นนี้แล้วต้องไปตรวจโรงพยาบาลแน่ๆ นั้น คุณหมออนุชา บอกว่าก่อนหน้านี้เราให้ความสำคัญกับประวัติการไปพื้นที่เสี่ยง ซึ่งตอนนี้มันขยายวงกว้างติดต่อกันจากคนที่ไม่ได้มีประวัติเข้าข่ายด้วยซ้ำ ส่วนเรื่องไข้ที่มีอาการปวดตามตัวต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนกังวล จำเป็นมากๆ ที่จะต้องคอยเช็คระดับอุณหภูมิในตัวเสมอ รวมถึงระบบทางเดินหายใจ ไม่ว่าจะไอ หอบ เหนื่อย เนื่องจากโควิด-19 จะมีผลต่อระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก ส่วนอาการมีน้ำมูก เจ็บคอ สามารถพบได้ แต่ในปริมาณที่น้อย 

“สิ่งที่ผมให้ความสำคัญคือระยะเวลาและแพทเทิร์นในการเป็นมากกว่า เช่น เป็นมากว่า 10 วันแล้ว แต่ไม่ดีขึ้น”

“ซึ่งเป็นที่มาหนึ่งของแนวทางเวชปฏิบัติในการวิจัยฉัย ดูแลรักษา และป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล ของกรมการแพทย์ โดยฉบับล่าสุดวันที่ 30 มี.ค. บอกว่า กรณีที่มีไข้หรือวัดอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป ร่วมกับอาการระบบทางเดินหายใจ และมีประวัติไปในพื้นที่เสี่ยงในช่วง 14 วัน ก่อนวันเริ่มมีอาการ ประกอบกับผู้ป่วยโรคปอดอักเสบร่วมด้วย ที่มีประวัติใกล้ชิดผู้ป่วยโควิด ควรไปตรวจที่โรงพยาบาล หรือแม้พบผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อน เช่น เป็นบุคลากรทางการแพทย์ 3 คนขึ้นไป อยู่แผนกเดียวกันและเป็นในช่วงเวลาเดียวกัน” นายแพทย์ยุทธพงษ์ อิ่มสุวรรณ คุณหมอและนักกฏหมายแถวหน้า โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า อธิบายแนวทางวินิจฉัยโรคในสถานการณ์โควิด-19 พร้อมพูดถึงกฎหมายการแพทย์ที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน

“กฎหมายเกี่ยวกับสาธารณสุขที่ควรรู้ สิ่งแรกคือต้องรู้ว่าเมื่อโรคโควิด-19 ประกาศเป็นโรคติดต่อร้ายแรง จะส่งผลทำให้การปฏิบัติของประชาชนทั่วไปมีข้อจำกัดเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่สาธารณสุข หมอ พยาบาล ก็มีอำนาจมากขึ้นที่จะบอกให้ประชาชนกักกันตัว 14 วัน เพื่อควบคุมโรคไม่ให้แพร่กระจาย จากเดิมที่ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องปฎิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย การป้องกันมีหลายระดับ ซึ่งโรงพยาบาลเล็กๆ น่าเป็นห่วงมาก เพราะคุณหมอหนึ่งคนต่อคนไข้อีกกี่สิบกี่ร้อยคน”

 

คู่มือคู่ใจ save หมอ save เรา

เมื่อหมอกร้ายโควิด-19 จางลง สิ่งที่ต้องเผชิญในอนาคตและอยู่ในโลกของความเป็นจริงนั้น คุณหมออนุชา มองว่า “ตอนนี้เรากำลังอยู่เส้นตรงกลางระหว่างเกาหลีใต้ที่ควบคุมได้กับอิตาลีที่พุ่งสูงเรื่อยๆ ทุกภาคส่วนก็พยายามควบคุมกันอย่างเต็มที่ ตัวเราเองช่วยเหลืออะไรได้ก็ช่วยเถอะครับ ไม่ใช่เพียงฝั่งหมอ ฝั่งคนไข้ แต่เป็นเราทุกคน อย่างที่เห็นแคมเปญนักรบเสื้อขาว หรือปรบมือให้กำลังใจหมอ เพราะการสู้ศึกครั้งนี้ ถ้าหมอพ่ายแพ้ก็ต้องเตรียมรับสภาพ การบริหารจัดการข้างในต้องระมัดระวัง เหมือนการสู้ศึกที่ต้องมีอาวุธ เพียงครั้งนี้อาวุธคือหน้ากากอนามัย ชุด PPE และระบบต่างๆ ที่เอื้อต่อการสู้ศึก รวมถึงการเก็บข้อมูล data ซึ่งยังขาดอยู่เยอะ"

สถานการณ์การแพร่กระจายของเชื้อในตอนนี้ยังน่าเป็นห่วง หากไม่มีอาวุธที่แข็งแกร่ง โอกาสแพ้ก็มีสูง ผู้ป่วยเพียงคนเดียว สามารถแพร่เชื้อได้เป็นพันๆ คน เพื่อช่วยลดการระบาดและแพร่เชื้ออย่างรวดเร็ว นอกจาก Doctor A to Z แล้ว ยังมีทีมแพทย์อาสาจากหลายโครงการ หลากแอพพลิเคชั่นที่พร้อมเคียงข้างสู้ภัยโควิด-19 ไปด้วยกัน

 

ภาพจาก facebook See doctor now

ภาพจาก facebook.com/See doctor now 

อย่างเช่น ใกล้มือหมอ หนึ่งในแอพพลิเคชั่นช่วยตรวจคัดกรองโรคเบื้องต้น ทั้งอธิบายรายละเอียดของโรคต่างๆ พร้อมคลิปวิดีโอแนะนำการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สามารถบันทึกประวัติอาการเพื่อติดตามผลย้อนหลังได้ และรายชื่อโรงพยาบาลที่สามารถทำการตรวจเชื้อ PCR ของโควิด-19 ได้ทันที หากสงสัยว่ามีแนวโน้มติดเชื้อหรือไม่ สามารถเช็คอาการเบื้องต้นได้ฟรีๆ หรือจะ Chiiwii คุยกับหมอผ่านแอพ ซึ่งขนทัพทีมแพทย์อาสาและบุคลากรทางการแพทย์อาสา เข้ามาช่วยให้คำปรึกษาแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เช่นกัน เพื่อช่วยคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19

เพราะเราทุกคนต่างต้องการโอกาสการรักษาที่ดีด้วยกันทั้งนั้น เมื่อไม่ควรเสี่ยงไปโรงพยาบาล ก็ยังมีโครงการดีๆ อย่าง ‘พบแพทย์จากที่บ้านผ่านแอพ See Doctor Now ฟรี’ ใครกำลังวิตกกับโควิด-19 ว่าเป็นหรือไม่เป็น สามารถพบคุณหมอผ่านแอพได้ด้วยตนเองจากที่บ้าน นอกจากจะได้รับคำปรึกษาเบื้องต้น ยังช่วยลดความหนาแน่นของโรงพยาบาล และลดความเสี่ยงของทั้งผู้ป่วยและแพทย์จากการการสัมผัสเชื้อ และในกรณีต้องส่งรักษาในโรงพยาบาล จะมีทีมแพทย์อาสาให้คำปรึกษา และประสานงานส่งต่อโรงพยาบาลให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเช่นกัน ช่วยลดภาระงานของแพทย์ในโรงพยาบาล ลดค่าใช้จ่ายจากการรักษาพยาบาล และลดภาระงบประมาณการรักษาพยาบาลของประเทศ

นอกจากปัญหาสุขภาพกาย สุขภาพใจก็ยังคงต้องคอยเช็คกันอยู่เสมอ ทั้งอาการเครียด ซึมเศร้า หรือหงุดหงิด ไม่ว่าจะเพราะกักตัวหรือได้รับผลกระทบทางอ้อมจากโควิด-19 ก็ตาม

หนึ่งแอพพลิเคชั่นที่ตอบโจทย์คือ OOCA ซึ่งซัพพอร์ตสุขภาพจิตของคนไทยในช่วงวิกฤตโควิด-19 ปรึกษาจิตแพทย์ นักจิตวิทยา บนออนไลน์ผ่านวีดีโอคอลง่ายๆ จากบ้าน โดยมีส่วนลดพิเศษสำหรับบุคลทั่วไป นักศึกษา และบริษัทที่ใจดีมีสวัสดิการพูดคุยกับ ooca ให้พนักงานทุกคน

เพื่อให้โรงพยาบาลมีทรัพยากรทางการแพทย์ที่เพียงพอสำหรับผู้ป่วยหนักเพื่อลดการเสียชีวิตและแพร่ระบาด เพียงมีสมาร์ทโฟนสักเครื่อง เลือกโหลดแอพพลิเคชั่นคู่ใจสักแอพ ก็สามารถปรึกษาหมอ ผ่านระบบออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา

“Stay at home เป็นตัวที่ save ประเทศไทยได้ดีที่สุด นอกจากจะ save people ยัง save doctor ด้วย” คุณหมอยุทธพงษ์ ทิ้งท้าย