เราจะ 'อ่าน' เพื่อผ่านไปด้วยกัน

April 20, 2020

การกักตัวนานๆ อาจทำให้ทรมานจิตใจ ลองหาหนังสือดีๆ อ่าน เพื่อผ่อนคลายความเครียดกันดีกว่า

การเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) เป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยป้องกันไวรัส COVID-19 ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ ซึ่งทำให้เราต้องอยู่ห่างไกลกันในทางกายภาพ ลดกิจกรรมทางสังคมรวมถึงงดเว้น กิจวัตรประจำวันหลายอย่างที่อาจเสี่ยงต่อการสัมผัสกับเชื้อไวรัส จนถึงขั้นมีผู้กล่าวว่าเรากำลังอยู่ใน ‘ยุคสมัยโควิด’ ที่โลกจะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิม

การเว้นระยะห่างทางสังคมเป็นมาตรการที่สำคัญและมีประสิทธิภาพในการลดการติดเชื้อก็จริง แต่ก็มี ‘ราคา’ ที่เราต้องจ่ายเช่นกัน นอกเหนือจากปัญหาเศรษฐกิจและสังคมที่กำลังเป็นที่หนักอกหนักใจของทั้งรัฐบาล หน่วยงานเอกชน และคนธรรมดาทั่วไปแล้ว ปัญหาความเครียดในจิตใจที่มองเห็นได้ยากแต่สัมผัสได้ชัดเจนก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เนื่องจากมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ระบบสมองของเราต้องการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกันอยู่เสมอ การติดต่อสื่อสารทางไกลไม่อาจทดแทนปฏิสัมพันธ์แบบต่อหน้าได้ทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ เมื่อเว้นระยะถึงจุดหนึ่ง สภาพจิตใจอาจเข้าสู่ภาวะตึงเครียดซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นความเบื่อหน่าย ความเครียดเรื้อรัง ภาวะซึมเศร้า เป็นต้น ทำให้การดำรงชีวิตในช่วงกักตัวเป็นเรื่องยากลำบากยิ่งขึ้น

การผ่อนคลายความเครียดที่เป็นผลกระทบจากการเว้นระยะห่างจึงเป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

เราต้องสร้างสมดุลขึ้นใหม่ในวิถีชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะคนที่เริ่มทำงานจากที่บ้าน ทางเลือกหนึ่งที่อาจเหมาะสำหรับใครหลายคนคือการหาช่วงเวลาทำงานอดิเรก เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศภายในบ้านให้หลุดออกจากสภาพการทำงาน สร้างความแตกต่างทางความรู้สึกให้ชัดเจนซึ่งช่วยพาสมองของเรากลับสู่ความรู้สึกว่า ‘ถึงเวลาพักผ่อนแล้ว’ และหลีกเลี่ยงภาวะที่การทำงานกลืนความผ่อนคลายสบายใจของ ‘บ้าน’ ไปเสีย

งานอดิเรกที่ทำได้ง่ายๆ ในบ้านและช่วยผ่อนคลายได้เป็นอย่างดีประการแรกคือ การทำงานศิลปะ หลายคนอาจคิดถึงศิลปินมืออาชีพที่ถือจานสีมือหนึ่งและพู่กันอีกมือหนึ่งจนเผลอทดท้อใจไปก่อน ความจริงๆ แล้วการทำงานศิลปะเริ่มต้นได้จากงานง่ายๆ ชิ้นเล็กๆ ตั้งแต่ทำของชำร่วย เย็บปักถักร้อย งานประดิษฐ์สิ่งละอันพันละน้อย หรือหากอยากทดลองเป็นศิลปินตามใจตนเอง จะเริ่มจาก หนังสือระบายสีสำหรับผู้ใหญ่ ชุด Secret Garden ดูก็ยังได้ เพราะนี่เป็นแนวทางหนึ่งของการนำศิลปะมาใช้เพื่อช่วยบำบัดจิตใจและเป็นที่นิยมในหลายๆ ประเทศ

Secret Garden

จุดประสงค์หลักของการระบายสีลงในหนังสือชุดนี้ไม่ใช่เพื่อความงามสมบูรณ์แบบ แต่เพื่อฝึกความคิดของเราให้เพ่งอยู่กับเป้าหมาย การเติมสีลงในเส้นกรอบที่กำหนดไว้ดึงใจให้จดจ่ออยู่กับภาพตรงหน้า เปิดโอกาสให้เราได้ปลดวางความเครียดลงชั่วขณะ และส่งเสริมจินตนาการกับความคิดสร้างสรรค์ในการแสดงความรู้สึกนึกคิดผ่านสีสัน ส่งผลดีต่อการจัดระเบียบความคิดและการค้นหารูปแบบทางออกใหม่ๆ ในสถานการณ์ที่เราไม่เคยประสบมาก่อน

สำหรับบางคนที่ยังไม่ใช่คอศิลปะ แต่ก็อยากสร้างสรรค์บางสิ่งบางอย่างที่จับต้องได้และนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ก็อาจหันมาทำงานประดิษฐ์ที่กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และได้ลงมือทำด้วยตนเองอย่างงานไม้ชิ้นไม่ใหญ่นัก เพราะถึงแม้เราไม่ใช่นายช่างมืออาชีพก็ยังทำชั้นอเนกประสงค์หรือเก้าอี้ไม้ง่ายๆ ได้แน่นอน ใน หนังสือสนุกกับงานไม้ มือใหม่ก็ทำได้ ช่วยสอนวิธีสร้างเครื่องใช้จากแผ่นไม้ตั้งแต่ขั้นแรกสุดไปจนถึงประกอบร่างเสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้ รวมถึงแนะนำเกร็ดความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับงานช่างไม้ต่างๆ เอาไว้ด้วย เรียกได้ว่า เมื่อรอดพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปแล้ว เราอาจได้อาชีพเสริมขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งเลยทีเดียว

สนุกกับงานไม้ มือใหม่ก็ทำได้

นอกจากประโยชน์ด้านวิชาความรู้และทักษะกระบวนการทำงานแล้ว การลุกขึ้นมาทำงานไม้ช่วยสร้างสมาธิและฝึกให้เรารู้จักมองสิ่งต่างๆ ในเชิงอรรถประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเมื่อเราทราบว่าส่วนประกอบต่างๆ ที่ตนกำลังตัดหรือขัดให้เงาวับนั้นทำหน้าที่อะไร ไม้ชิ้นไหนทำให้เก้าอี้แข็งแรง หัวสว่านแบบใดที่เหมาะกับไม้เนื้อแข็ง การฝึกงานไม้จึงเป็นอีกทางเลือกในการฝึกทักษะขั้นพื้นฐานของการจัดการกับทรัพยากรที่มีจำกัด (นี่ยังไม่นับว่าเราจะได้ของใช้ถูกใจมาอีก 1 ชิ้นหลังจากได้ลองผิดลองถูกในแต่ละสเต็ปด้วย)

แต่ถ้าใครรู้สึกว่าไม่ถูกกับการประกอบนั่นสร้างนี่จริงๆ อาจลองเปลี่ยนจาก ‘การสร้าง’ บางสิ่งไปเป็น ‘การดู’ บางสิ่งดูก็ได้ อีกกิจกรรมที่อยากแนะนำนั้นไม่ยุ่งยากถึงขั้นออกไปหาสุนัขหรือแมวมาเลี้ยง เราเพียงอยากชวนคุณมาปลูกต้นไม้จิ๋วๆ ไซส์มินิน่ารักโดยใช้เมล็ดจากพืชผักที่รับประทานกันอยู่นั่นเอง

ใน หนังสือสวนกระถางจากเมล็ดผักผลไม้ แนะนำวิธีปลูกพืชง่ายๆ ประโยชน์สำคัญไม่ใช่เพื่อเก็บไว้กินแต่เพื่อตกแต่งบ้านให้น่าอยู่ เติมพื้นที่สีเขียวให้แก่ห้องของคุณ และยิ่งไปกว่านั้น การได้ดูแลสิ่งมีชีวิตให้เติบโตขึ้นทีละเล็กทีละน้อยจะสร้างความภูมิใจให้ผลิดอกออกใบในใจเราด้วย

เนื่องจากต้นไม้เติบโตให้เราเห็นในระยะเวลาอันสั้น มันค่อยๆ แตกหน่อออกใบให้เห็นพัฒนาการอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม ทำให้เรารู้สึกถึงความสำเร็จที่จับต้องได้ การปลูกต้นไม้จึงเป็นอีกกิจกรรมที่ช่วยปลดเปลื้องความเบื่อหน่ายหรือความอึดอัดจากการติดอยู่ในสถานที่เดิมเป็นเวลานาน อีกทั้งยังสะกิดให้สมองได้รับรู้ความเปลี่ยนแปลงและทำให้จิตใจของเรารู้สึกเติบโตตามไปด้วย ไม่ต่างไปจากต้นไม้ที่ได้ลงมือปลูก

สวนกระถางจากเมล็ดผักผลไม้-edit

สุดท้ายไม่ว่าเราจะชื่นชอบงานอดิเรกแบบใด จะเป็นงานศิลป์ งานช่าง ปลูกผัก หรืออื่นๆ นอกจากที่ยกตัวอย่างมานี้ สิ่งสำคัญที่สุดของงานอดิเรกคือการสร้างความรู้สึกแปลกใหม่ให้แก่สมองและวิธีคิดของเรา เป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์ใหม่ในสภาพแวดล้อมที่จำกัด ปลดปล่อยความคิด ความกังวลในขณะที่ได้เพ่งสมาธิ ยิ่งไปกว่านั้น การทำงานอดิเรกอย่างสม่ำเสมอยังเป็นการจัดระเบียบชีวิต กระตุ้นให้เรารู้จักแบ่งมิติต่างๆ ของชีวิตให้เป็นสัดเป็นส่วนทั้งด้านเวลา พื้นที่ หรือมุมมองต่อกิจกรรมต่างๆ การสร้างนิสัยเช่นนี้เป็นผลดีต่อการทำงาน ตลอดจนกิจวัตรประจำวันทั่วไป และเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้ควบคุมชีวิตของตนได้อีกครั้ง

ความพึงพอใจที่ได้รับจากงานอดิเรกโดยตรงและความพึงพอใจจากการหล่อหลอมตัวเราให้กลายเป็นเราคนใหม่ จะเป็นพลังสำคัญที่ประคับประคองจิตใจของเราให้ผ่านพ้นช่วงเวลาแบบนี้ไปได้ เพื่อพร้อมกลับมาพบกันอีกครั้ง