ล้างบาง 'โคโรนาไวรัส' ด้วยเพชฌฆาต ‘แสงช่วงยูวีซี’

May 19, 2020

เปิดตัวนักฆ่า! ที่จะปลิดชีพโควิด-19 ด้วยเทคโนโลยีการใช้แสงช่วงยูวีซียับยั้งเชื้อไวรัสบนพื้นผิวที่อาจสัมผัสจนเป็นพาหะ

การสัมผัสละอองฝอยที่มีไวรัสหรือพื้นผิวที่ปนเปื้อนไวรัสเป็นทางติดต่อหลักจากผู้ป่วย การกำจัดเชื้อไวรัสที่ล่องลอยในอากาศและบนพื้นผิว จึงเป็นการป้องกันการติดต่อเชื้อไวรัส โควิด-19 ที่น่าสนใจ

อ.พญ.ไอณภัค บุญทวียุวัฒน์ และ ศ.ดร.นพ ประวิตร อัศวานนท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การฆ่าเชื้อด้วย แสงช่วงยูวีซี (ซึ่งอยู่ในช่วงคลื่น 200-290 นาโนเมตร) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการกำจัดเชื้อไวรัสที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อขึ้นกับ ปริมาณแสงที่ใช้ ความชื้นของอากาศ สภาพพื้นผิว ชนิดของเชื้อไวรัส หลังจากเชื้อได้รับแสงยูวีซี โดยเฉพาะความคลื่นที่ 260 นาโนเมตร จะส่งผลให้เชื้อติดต่อและเจริญเติบโตไม่ได้ หรือก่อโรคไม่ได้อีก

เมื่อทดสอบบนพื้นผิวที่มีเก็บกักเชื้อไวรัสได้มากที่สุด ภายใต้ภาวะที่เหมาะสม ปรากฏว่าแสงยูวีซีที่ความยาวคลื่นสูงสุด 260 นาโนเมตร ยังยั้งไวรัสที่ประกอบด้วย อาร์เอ็นเอสายเดียวเช่นโคโรนาไวรัสได้ดีกว่าเชื้อไวรัสชนิดอื่น และยั้บยั้งจำนวนเชื้อได้มากชัดเจนอย่างมีนัยสำคัญ ได้ถึง 99 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนเชื้อไวรัสตั้งต้นก่อนการฉายแสงโดยใช้ขนาดแสงยูวีซี เพียง 1-3 มิลลิจูลต่อตารางเซนติเมตร

หมายความว่าหากใช้หลอดไฟยูวีซีอาจเป็นฟลูออเรสเซนต์ หรือหลอดแอลอีดี ที่มีความสามารถในการยังยั้งเชื้อ ไวรัสโคโรนา บนพื้นผิว โดยใช้เวลาประมาณ 5 นาที ทั้งนี้ อุปกรณ์ที่ประกอบด้วยหลอดยูวีซี จำเป็นต้องให้ความเข้มอย่างน้อย 10 mW/cm2 หากเป็นเชื้อไวรัสอื่นๆ จำเป็นต้องได้ใช้ขนาดของแสงยูวีซีที่แตกต่างกันไป โดยความชื้นมีประสิทธิภาพของการยับยั้งเชื้อลดลง

ภาพประกอบ 2

  • การยับยั้งเชื้อไวรัสในอากาศ

  การศึกษาวิจัยพบว่ามีเปอร์เซ็นต์การรอดของเชื้อเพียง 12 เปอร์เซ็นต์หลังจากได้รับแสงยูวีซีในขนาดที่ต่ำกว่าขนาดที่ใช้ในเชื้อไวรัสอื่น

และผลของแสงยูวีซีต่อคน แยกเป็น 

1. ผิวหนัง ดีเอ็นเอที่ผิวหนังคนเรา จะดูดซับช่วงคลื่นยูวีซีได้ด้วยโดยอาจแสดงให้เห็นเป็นอาการแดง อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงของดีเอ็นเอ ซึ่งอาจจะนำไปสู่มะเร็งผิวหนัง อาจเริ่มก่อนที่เห็นผิวหนังเป็นสีแดงก็ได้ โดยปริมาณของยูวีซีที่ความยาวคลื่นสูงสุด 254 นาโนเมตร ที่ทำให้ผิวหนังมีปฏิกิริยาเป็นสีแดง อยู่ที่ 10 mJ/cm2 ในคนผิวขาว

2. ดวงตา แสงยูวีซีทำให้กระจกตา เยื่อบุตาขาวอักเสบ เกิดการระคายเคือง แสบร้อนได้หลังจากการได้รับแสงยูวีซีในระยะสั้น

ภาพประกอบ3

การใช้แสงยูวีซีในการยับยั้งเชื้อโรคอย่างปลอดภัย ป้องกันผิวหนังและตาด้วยเสื้อผ้าที่มีใยผ้าหนา และแว่นตาอย่างน้อยที่เป็นประจกใส หรือหลีกเลี่ยงการรับแสงยูวีซีโดยตรง โดยการเปิดใช้งานตามเวลาที่ไม่มีผู้คน