ห้างสรรพสินค้ายุค new normal

May 23, 2020

แม้ห้างสรรพสินค้าจะเป็นพื้นที่ที่คนเสพติด แต่หลังจากนี้รูปแบบการใช้ชีวิต การจับจ่ายใช้สอยจะเปลี่ยนไป

       เมื่อรัฐบาลประกาศคลายล็อกจากสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด –19 วิถีแห่งการผ่อนปรนให้ประชาชนในระยะที่ 2 นี้ นำมาสู่ความสุขของประชาชนอีกครั้ง สถานที่ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ต่างคิดถึงและรอคอยเพื่อให้เปิดบริการคือ “ห้างสรรพสินค้า”

เกือบสองเดือนเต็มที่คนไทยไม่มีโอกาสเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ใน “ห้าง” ความอึดอัดใจ คับข้องใจ ไร้สุขของผู้คนเกิด เกิดขึ้นทันทีเมื่อห้างประกาศปิดบริการ เพราะต้องทำตามข้อปฏิบัติในการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด –19

ดร.อุเทน วงศ์สถิต จากภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ย้อนเล่าใน Art Club Thai PBS  ว่า ห้างที่เราเรียกติดปากนั้น มีที่มาจากคำว่า “หัง”ในภาษาจีนกลาง หมายถึง “โรงเก็บสินค้า” คำนี้เกิดขึ้นเมื่อคณะทูตไทยเดินทางไปติดต่อค้าขายที่ประเทศจีน ครั้นถึงจุดหมายสินค้าทุกชนิดถูกนำออกจากเรือเพื่อไปเก็บยัง “หัง”เป็นการเก็บสินค้าก่อที่จะนำไปขาย เมื่อคนไทยนำคำว่า “หัง”มาใช้จึงมีการเพี้ยนเสียงกลายเป็น “ห้าง”ดังปรากฏในปัจจุบัน

       ห้างเกิดขึ้นในช่วงหลังสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง ในรัชกาลที่ 4 ทรงเห็นว่าการเปิดให้ค้าข้าวกับชาติตะวันตกได้อย่างเสรีจะสร้างประโยชน์แก่บ้านเมืองมหาศาลและสามารถหลีกเลี่ยงภัยจากลัทธิจักรวรรดินิยมที่เข้ามารุกรานประเทศได้ เมื่อเปิดเสรีทางการค้า ร้านรวงต่างๆจึงเกิดขึ้นบนเรือ ท้องน้ำเจ้าพระยาสมัยนั้นเต็มไปด้วยเรือนานาชนิดที่เข้ามาติดต่อซื้อขาย พายเรือขายสินค้าส่งเสียงโหวกเหวก ดั่งลั่นเหนือคุ้งน้ำ

       “ห้างหันแตร” เป็นห้างแรกต้นแบบของห้างไทยตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา เจ้าของคือ นายโรเบิร์ต ฮันเตอร์ (หลวงอาวุธวิเศษประเทศพาณิชย์) สินค้าที่จำหน่ายสมัยนั้นมีผ้าฝรั่ง ผ้าแขก ยาฝรั่ง เช่นยาควินิน รวมทั้งอาวุธปืน

       ต่อจากนั้นมีห้างเกิดขึ้นอีกหลายแห่ง อย่างห้าง แบดแมน ห้างบีกริมแอนด์โก เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ห้างไนติงเกลสโตร์ ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าแห่งแรกของคนไทย ตั้งอยู่ในย่านวังบูรพา จำหน่ายเครื่องกีฬา เครื่องดนตรีและเครื่องสำอาง ตามด้วยศูนย์การค้าดิโอลด์สยาม ปทุมวันสแควร์ที่ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “สยามสแควร์” และห้างสรรพสินค้าก็มีวิวัฒนาการเกิดขึ้นทุกพื้นที่ เติบโตทั่วประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นจังหวัดเล็กหรือใหญ่ต่างมีห้างสรรพสินค้ากระจายไปทั่ว

       ดร.อุเทน บอกว่า สินค้าส่วนใหญ่ในห้างยุคแรกนำมาจากต่างประเทศ เป็นของโก้หรู ชนชั้นสูงเจ้านาย ขุนนาง เชื้อพระวงศ์ นิยมไปเลือกซื้อของในห้าง จึงเกิดภาพจำสู่ชนนั้นกลาง เมื่อชนชั้นกลางขยายตัวภาพจำเกี่ยวกับห้างก็ยังเป็นที่จดจำตลอดมา ห้างจึงเป็นแหล่งรวมสินค้าเพื่อให้ชนชั้นสูง ชนชั้นกลางได้เลือกซื้อ ถึงปัจจุบันห้างสรรพสินค้าเข้าถึงทุกชนชั้น

 

L4ceINga-lores      

ขณะที่ดร.จิตรา ดุษฎีเมธา ศูนย์พัฒนาศักยภาพมนุษย์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) สะท้อนเรื่องราวของห้างสรรพสินค้าได้อย่างน่าสนใจ ว่า ห้างมีอิทธิพลกับผู้คนทุกคน โดยเฉพาะคนในเมือง มันเป็นวิถีที่ครบวงจรเบ็ดเสร็จ ในช่วงที่มีมาตรการปิดห้างสรรพสินค้า ทุกคนอึดอัด รู้สึกเหมือนชีวิตอดอยาก ไร้ชีวิตชีวา  ห้างสรรพสินค้าจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนคิดถึงและอยากให้คลายล็อก เพื่อให้เปิดบริการ

        ครอบครัวสมัยใหม่ต่างฝากชีวิตไว้ที่ห้างสรรพสินค้ามาจนชิน แม่จ่ายตลาดซื้อของในซุปเปอร์  ลูกไปเรียนพิเศษ/ดนตรี พ่ออยู่ร้านหนังสือหรือมุมกีฬา ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงฤดูร้อนอยู่ในห้างก็เย็นสบาย ผู้คนทุกเพศทุกวัยจึงผูกพันกับห้าง

       ปรากฏการณ์ห้างเปิดบริการวันแรก ทุกคนจึงคิดถึงเฝ้ารอคอยไปยืนรอต่อแถวกันตั้งแต่เช้า เพื่อเข้าห้าง “ตื่นเต้น” “ดีใจ”เหมือนได้พบคนที่ตัวเองรักอีกครั้ง เพราะห้างเป็นชุมชนหนึ่ง มีพื้นที่กว้างให้ได้เดิน ให้ได้นั่ง จะนัดเพื่อนก็นัดที่ห้าง คิดอะไรไม่ออกก็ก็นึกถึงห้างสรรพสินค้าไว้ก่อน มันสะดวกสบาย แม้รูปแบบการใช้ชีวิตในห้างเปลี่ยนไป แต่ทุกคนก็ยอมรับสภาพและเริ่มคิดว่าชีวิตเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

       การคลายล็อกครั้งนี้จะทำให้ผู้คนส่วนใหญ่เกิดการ “ชะล่าใจ” ในการใช้ชีวิตผู้คนส่วนใหญ่จะเริ่มกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิม ความเข้มงวดจะผ่อนคลายลง ความกลัวลดลง ความกล้ามีมากขึ้น พฤติกรรมเดิมจะเข้ามา มีการคาดหวังอยากไปฉลองเป็นพฤติกรรมการปลดปล่อยความเครียด หลังต้องอยู่ใน และห้างสรรพสินค้าจะเป็นแหล่งหนึ่งในการปลดปล่อย เพราะทุกคนรู้สึกว่าชีวิตที่โดนกักตัวอยู่ในกรอบนานๆ ไปไหนไม่ได้ พอคลายล็อก ชีวิตจึงผ่อนคลายห้างสรรพสินค้าจึงเป็นที่เก็บเกี่ยวความสุข ตอบโจทย์ความอยากของมนุษย์ได้

      แม้การไปห้างสรรพสินค้าในยุคนี้ดูไม่ง่ายนัก ตั้งแต่เริ่มตรวจวัดอุณหภูมิ เช็คอินก่อนเข้าไปใช้บริการ เช็คเอาท์ก่อนออก การไปใช้บริการก็ต้องเว้นระยะห่าง มีรายระเอียดยิบย่อย คนที่ไปห้างก็บ่น แต่การได้ไปแม้จะมีขั้นตอนเยอะขึ้น แต่การ “ได้ไป” ห้างก็ยังดีกว่า “ไม่ได้ไป”  

       “แม้จะมีความยากลำบากในการเข้าไปใช้บริการในห้าง แต่ผู้คนก็ยังนิยมไปกันตั้งแต่วันแรกๆที่เปิดบริการเพราะจะได้พูดคุยและนำมาอัพเดท คุยและอวดคนอื่นๆได้ เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่ต้องการบอกเล่า เรื่องราวของตัวเองให้คนอื่นได้รับรู้อยู่แล้ว การไปก็เพื่อจะได้มีประสบการณ์ร่วม”    ดร.จิตรา บอก และว่า

แม้ห้างสรรพสินค้าจะเป็นพื้นที่ที่คนส่วนใหญ่เสพติด แต่หลังจากนี้ไปวิถีรูปแบบการใช้ชีวิต โดยเฉพาะพฤติกรรมอุปโภคบริโภค “จะเปลี่ยนไป” คนอาจจะกินข้าวทำกับข้าวกินเองมากขึ้น คนบางคนค้นพบศักยภาพตัวเองที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อมีเหตุการณ์สถานการณ์ที่เอื้อต่อการเปิดโอกาสให้ค้นพบประสบการณ์ใหม่ ทำให้เขาเพลิดเพลินและสนุกและคิดได้ว่า “ชีวิตไม่ต้องจบลงที่ห้างสรรพสินค้า”ก็ได้ ไม่ต้องมองหาร้านอาหารในห้างก็ได้ “ทำเองได้”

ความสุขจึงเริ่มเป็นมิติใหม่ๆ ขึ้นมา ที่ต่างจากคนกลุ่มเดิม ชีวิตหลังจากนี้ของผู้คนในยุค New Normal จะมีความหลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม มีความเป็นวาไรตี้เยอะขึ้น บางคนเมื่อไปห้างในตอนนี้เห็นถึงความเงียบเหงา อาจะรู้สึกไม่สนุกเหมือนเดิม คนกลุ่มนี้ก็จะเปลี่ยนชีวิตตัวเอง

       “ต่อแต่นี้ไป คนไปห้างเพื่อตากแอร์เย็นๆ ไม่ซื้อของในห้างสรรพสินค้า เริ่มมีข้อมูลจะช้อปออนไลน์ราคาสินค้าถูกกว่าเยอะ จะใช้วิธีช้อปออนไลน์ ไปห้างของคน New Normal เพื่อให้เห็นผู้คน ชีวิตจะได้มีสีสัน อัพเดทตัวเอง แต่ไม่ซื้อของ ดังนั้นห้างสรรพสินค้าเองก็ต้องคิดเยอะขึ้นเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด วางแผนรูปแบบธุรกิจแตกต่างจากเดิม

        รูปแบบของห้างสรรพสินค้าต้องปรับเพื่อให้เข้ากับลูกค้าที่ยังอยากมีสังคม แต่ไม่อยากซื้อของ อาจจะต้องใช้สังคมโซเซียลซื้อเบียร์มาคนละกระป๋อง แล้วมาฉลองกันทางออนไลน์ โดยไม่ต้องไปสังสรรค์แบบเดิมอีกต่อไป  ยังไงรูปแบบการใช้ชีวิต สไตล์จะต้องเปลี่ยนแน่นอน แต่ช่วงนี้ก็แค่สนองความต้องการของตัวเองให้ไปเดินห้างก่อน เพราะ “อดอยาก” คือ อด และก็อยากมานานทีเดียว  แต่พอได้เดิน ได้เข้าไปสัมผัสบรรยากาศในตอนนี้ ความคิดหลังจากนี้ของผู้คนจะเริ่มเปลี่ยนไปอีก ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ในอนาคต อาจจะไม่เวิร์คอีกต่อไป อาจจะปรับรูปแบบเป็น shopping mall ห้างเล็กๆ complex  เข้าออกสบายหรือห้างอาจจะมีกำหนดคนๆหนึ่งเข้าออกห้างได้ไม่เกิน 1ชั่วโมง

       การเปลี่ยนแปลง ของทุกวิกฤตจะสร้างความฉลาดและสร้างปัญญาใหม่ให้เราได้เสมอ ภายใต้แผลที่เกิดขึ้น มันจะมีรูปแบบใหม่ๆ มีการสร้างสรรค์ใหม่ๆ เกิดขึ้น  เพราะปัญหาต่างๆ นำมาซึ่งปัญญา "ดร.จิตรา ทิ้งท้าย