สงขลาเมืองขลัง...กับซาลาเปายักษ์

March 28, 2020
by สิรินทร์ วงศ์พานิช

เมืองเก่าสงขลาอยู่ห่างจากอำเภอหาดใหญ่ไปทางเหนือประมาณ 30 กิโลเมตร เมื่อ 2-3 ปีมานี้ เมืองเก่าแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจอย่างมาก

 

        เมืองสงขลาดังเพราะคนท้องถิ่น โดยชาวสงขลารุ่นใหม่ เริ่มเปิดตัวเปิดบ้านเล่าเรื่องราวของเมืองและตระกูลตนเองให้คนทั่วไปมากขึ้น มีลิสต์ของต้องกิน คาเฟ่ต้องแวะ สตรีทอาร์ตต้องแวะถ่ายภาพ จะบอกว่าหากมาย่านนี้ก็อย่าได้พลาด มาเที่ยวเมืองเก่าสงขลากันค่ะ

อาคารเก่า นำมาปรับปรุงให้เป็นพื้นที่เดินเล่นของสงขลา

        อาคารเก่าปรับปรุงใหม่ให้เป็นพื้นที่เดินเล่น (เรื่อง/ภาพ: www.ohhappybear.com)

มาแล้วก็ต้องสตรีทอาร์ตสิคะ

        สตรีทอาร์ตในเมืองสงขลา

ซาลาเปายักษ์สงขลา

        เราไปทานบรันช์กันที่ร้าน ข้าวสตูเกียดฟั่ง ซาลาเปาลูกใหญ่บนถนนนางงามกันก่อนเป็นอันดับแรกค่ะ เรามาร้านนี้ครั้งแรกเมื่อปีก่อน ปรากฏว่าติดใจอาหารของเขาทุกอย่าง ข้าวสตูว์หมูของที่นี่แปลกมากไม่เหมือนใคร เป็นน้ำไม่ข้นมาก เสิร์ฟมาในชามลึก เลือกได้ว่าจะเอาแต่เนื้อหมู เนื้อไก่ หรือจะใส่เครื่องในก็ได้ ขายเป็นขนาดตามปริมาณคนกิน คุณพี่เจ้าของน่ารักมาก เล่าให้ฟังว่าร้านนี้เขาอยู่มานานมากแล้ว ตอนนี้เป็นรุ่นที่สามทำ สตูว์เป็นการผสมผสานวัฒนธรรมการกิน จากการที่สงขลาเองก็เป็นเมืองท่าใหญ่สมัยก่อน คนมาที่นี่มากมาย สตูว์ที่ออกแนวฝรั่งก็นำผสมเครื่องเทศของมุสลิม แต่แทนที่จะใช้ครีมเป็นส่วนผสมให้เข้มข้น ก็ใช้กะทิของไทยแทน แล้วเวลาเสิร์ฟก็เสิร์ฟกับข้าว และพริกน้ำส้มกระเทียม คือจะบอกว่าเป็นการผสมผสานที่อร่อยมาก ๆ สตูว์ไม่ได้ข้นมาก หน้าตาออกจะแปลกหากเราคิดถึงความเป็นสตูว์แบบออริจินัล แต่เมื่อได้ทานกับพริกน้ำส้ม คืออร่อยมากเลยค่ะ

ซาลาเปาลูกยักษ์ร้านเกียดฟั่ง

        ซาลาเปาลูกใหญ่ร้านเกียดฟั่ง

       ใครมาร้านนี้ห้ามพลาด ซาลาเปาลูกใหญ่ เขาทำซาลาเปาเอง มีขายหลัง 10.30 น. เป็นต้นไปแล้วเท่านั้น มาครั้งก่อนกลัวหมดเอามาก ถึงขนาดต้องโทรมาจอง เพราะต้องใช้เวลาขับรถมาจากหาดใหญ่  40 นาที จะบอกว่าซาลาเปาลูกยักษ์อร่อยมากเลย แป้งหนานุ่มมาก ไส้ทุกอย่างอร่อย แม้กระทั่งไส้ถั่วดำที่มีความหอมสโม้กกี้นิดหน่อย เนื้อเนียน ละมุนมาก ส่วนไส้ครีมที่ชอบมากคือเขาทำไส้เองและไม่ได้ใส่สีค่ะ สีจะตุ่น ๆ นิด ๆ

กะหรี่พัพในขวดโหลร้านเกียดฟั่ง

       กะหรี่พัฟร้านเกียดฟั่ง

         ประวัติเมืองท่าสงขลามีคนพูดมากมายแล้ว หลักฐานก็มีจากตึกรามบ้านช่อง ตอนนี้ชาวสงขลามารวมตัวกันช่วยพัฒนาและรักษาเมืองเก่า แผนที่เดินกินเที่ยวมีแจกที่ ภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคม (Songkhla Heritage Trust) ตั้งอยู่ที่โรงสีแดง หับ โห้ หิ้น ที่ด้านหลังเป็นท่าเรือสามารถเดินทะลุออกไปได้ เรื่องราวต่าง ๆ ของเมืองสงขลา ตึกสำคัญ ๆ ของเมือง จุดชมสตรีทอาร์ต ร้านอร่อยเก่าแก่ประจำเมือง ทั้งหมดอยู่ในแผนที่ค่ะ แนะนำว่าควรมี เพราะคุณจะได้ไม่พลาดอะไรเลย

แผนที่เดินเล่นตามรอยสรีทอาร์ต มีแจกที่ภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคม

         สตรีทอาร์ต

         เดินเล่นเมืองเก่าสงขลานี่มีความท้าทายเล็กน้อย ที่นี่แตกต่างจากเมืองเก่าภูเก็ต ที่ถนนเมืองเก่ามีทางเท้า แถมอาคารพาณิชย์ของภูเก็ตยังมีสิ่งที่เรียกว่า หงอกากี่ ทางเดินด้านหน้าของอาคาร ที่มีทั้งหลังคาและทางเชื่อมต่อกันให้ชาวประชาได้เดินอย่างสบายอกสบายใจ ซึ่งที่สงขลาไม่เป็นแบบนั้นนะคะ อาจจะเป็นเพราะการวางแผนเมืองไม่เหมือนกัน และคนสงขลาตามที่คนสงขลาเล่าให้ฟังคือส่วนใหญ่จะชอบเก็บตัว บ้านก็เลยสร้างไม่เหมือนกัน ไม่เป็นยูนิฟอร์มเหมือนภูเก็ต ตอนนี้พอมีรถมากเข้าก็กลายเป็นว่าเราต้องเดินริมถนนกันเลย ตรอกเล็กตรอกน้อยคือรถเข้าได้หมด นอกจากตัวจะสัมผัสแดดโดยตรงแล้ว เดินที่นี่ก็มีเสียวสันหลังเหมือนกันเพราะเรากำลังเดินชมเมืองไปพร้อม ๆ กับรถและควันกันเลยค่ะ (ยิ้มอ่อน)

 

สัมปันนีบนหลังคา

          เราเดินเรื่อยเปื่อยตามประสา เห็นหลังคาบ้านหลังหนึ่งในซอยหนองจิกมีกระจาดตากอาหารอะไรสักอย่างซึ่งคลุมฝาชีอยู่ ดูแล้วน่ารักดีเลยหยุดถ่ายภาพ ก็ปรากฏว่าคุณพี่เจ้าของขับรถมาเจอเราสองคนพอดี เห็นสามีดิฉันกำลังถ่ายวีดีโออยู่ เลยเข้ามาทัก เลยได้รู้จักร้าน ขนมไทยบ้านจงดี  ที่ทำขนมไทยแบบสงขลามาหลายสิบปีแล้วเหมือนกัน ขนมที่โด่งดังคือ สัมปันนี ที่ตากอยู่บนหลังคานั่นเอง สัมปันนีสูตรสงขลาของบ้านจงดี หน้าตาลักษณะเหมือน “อาลัวร์” ของชาวกรุงนะคะ คือด้านในเป็นเหมือนเจลลี่หนา ๆ และมีผิวกรอบ ๆ ที่เกิดจากการตาก ที่ชอบคือเขาทำสีขาวหมด คือไม่ได้ใส่สีอะไรเลย เพราะส่วนผสมมีสามอย่างเท่านั้น คือแป้งข้าวเจ้า น้ำตาล และกะทิ กวน ปั้น ตาก จบค่ะ

ร้านบ้านจงดีและขนมสัมปันนีบนหลังคา

         ขนมบ้านไทยจงดีกับสัมปันนีบนหลังคา

  ขนมสัมปันนีสงขลา เหนียวนุ่ม ไม่ใส่สี       ขนมสัมปันนี

         นอกจากสัมปันนี ร้านนี้ยังมี ขนมขี้มอด และ ขนมทองเอกแบบสงขลา ที่ไม่เหมือนทองเอก กรุงเทพฯ ตรงที่เขานำเนื้อขนมที่ใส่ไข่แดงไปตากแดดอีกเหมือนกันกับสัมปันนี แล้วห่อกระดาษท็อฟฟี่สดใส เคี้ยวแล้วนุ่ม ๆ หนา ๆ ไม่หวานมาก และอร่อยมากค่ะ

ร้านน้ำชาเก่าแก่ให้นั่งพักได้บ่อยๆ

         ร้านน้ำชาเก่าแก่ให้นั่งพักขา

        อย่างที่บอกค่ะ เราเดินสงขลาเมืองเก่าในวันที่ร้อนมาก แล้วไปช่วงกลางวัน เลยต้องนั่งพักบ่อยสักหน่อย ตอนนี้มีร้านกาแฟริมน้ำเกิดใหม่ที่ส่วนนี้เยอะมาก มีประโยชน์มากในช่วงอยากพักขาค่ะ แนะนำว่ามาเดินเมืองเก่าสงขลา ควรนำร่ม หมวกติดไปด้วยนะคะ เพราะต้องใช้ค่ะ

ตึกแบบเก่าแก่ของสงขลา

       ตึกเก่าในเมือง

เกาะยอ...ต้องเยือน

          มาสงขลาก็ต้องไปเยือน หาดสมิหลา ที่อยู่ไม่ไกลมากจากเมืองนี้ จะบอกว่านี่เป็นอีกหาดที่เป็นหาดสาธารณะ ยาว ขาว ใหญ่ สวยมาก ๆ ๆ คนไทยเราน่าจะเคยได้ยินชื่อหาดนี้มานานแล้ว และต้องเคยเห็นภาพรูปปั้นนางเงือกที่เป็นสัญลักษณ์ คือจุดนี้ใคร ๆ ก็ต้องไปถ่ายรูปคู่ให้ได้ นางเงือกตัวนี้สร้างขึ้นตามนิยายปรัมปราของไทยโบราณ ในปี 2509 ในท่านั่งหวีผม หล่อขึ้นด้วยบรอนซ์รมดำ โดยฝีมือการออกแบบ ปั้น และหล่อ โดยอาจารย์จิตร บัวบุศย์ อาจารย์ใหญ่โรงเรียนเพาะช่างในขณะนั้น ตอนนี้เธออายุ 54 ปีแล้ว ยังสวยงามเป็นฮ็อตไอเท็มประจำหาดนี้อยู่ค่ะ

หาดสมิหลา

         หาดสมิหลา

        หากมีเวลาจะบอกว่าหาดนี้เหมาะมากสำหรับเดินเล่น เป็นหาดเปิดทอดยาวไป และไม่ได้มีคนมาขายของอะไรตามแบบฉบับหาดสาธารณะอื่น ๆ แต่ทว่า ณ เพลานั้น ก็เป็นช่วงบ่ายเสียแล้ว เราสองคนเลยตัดสินใจย้ายร่างขับรถข้ามมาเกาะยอ หาที่ทานอาหาร เปลี่ยนบรรยากาศกันก่อนขับรถกลับไปหาดใหญ่

เกาะยอ

         เกาะยอ

       เกาะยอ เป็นสถานที่ต้องมานะคะหากมาเที่ยวสงขลา อย่างที่ทราบเกาะนี้ตั้งอยู่ในทะเลสาบสงขลา มีสะพานติณสูลานนท์เชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ทั้งทางเหนือและใต้ จะบอกว่ามาที่นี่เหมือนกับมาอยู่อีกโลกหนึ่ง เกาะยอมีถนนเล็ก ๆ ลัดเลาะไปรอบเกาะ วิวที่เห็นในทะเลสาบคือวิวกระชังริมฝั่ง เรือหางยาว ความเรียบง่ายของชีวิตชาวประมงของที่นี่ สวย เงียบ สงบมาก

หมึกไข่ทอดกระเทียมร้านครัวครูวาส

       หมึกไข่ทอดกระเทียม ร้านครัวครูวาส

   หมึกนึ่งมะนาวร้านครัวครูวาส        หมึกนึ่งมะนาว

 ตำหัวปลีร้านครัวครูวาส

       ยำหัวปลีร้านครัวครูวาส

     จุดมุ่งหมายของเราคราวนี้คือ ร้านครัวครูวาส ทางตะวันตกของตัวเกาะ ร้านนี้เห็นเพื่อนชาวกรุงเทพฯ มาทานแล้วชอบมากเลยต้องตามรอย มาถึงตอนจะบ่ายสามแล้ว ไม่มีคนเลย แต่ร้านเล็ก ๆ แห่งนี้ก็ยังอุตส่าห์จัดให้มีที่จอดรถภายในร้าน ไม่ต้องทำให้ไปจอดแนบข้างถนนที่แสนจะแคบของเกาะ สามีภรรยาเจ้าของร้านทำอาหารกันเอง มีสุนัขและไก่วิ่งไล่แหย่กันเป็นฉาก จะบอกว่าอาหารเขาสดใหม่รสชาติดีเลย เช่น ปลากะพงตัวใหญ่มาหั่นแล้วทำอาหาร แทนที่จะใช้ปลากะพงตัว ๆ แบบที่เราเคยได้กิน เนื้อสดมันหวานดีมากค่ะ มาสองคนทางร้านเขาทำขนาดพอเหมาะให้ สามารถบอกได้นะคะหากว่ารับประทานเยอะแบบเราสองคน ให้เขาทำให้เยอะได้ค่ะ

กุฏิเรือนไทยโบราณวัดท้ายยอ

        กุฏิเรือนไทยโบราณที่วัดท้ายยอ

      ก่อนขับรถกลับหาดใหญ่ เราแวะชม วัดท้ายยอ วัดเก่าแก่ประจำท้องถิ่นของเกาะยอ วัดนี้มีอายุกว่า 200 ปี และมีความสวยงามเรียบง่ายน่ารักมากไปเสียทุกอณู กุฏิเรือนไทยด้านหน้าสร้างแบบโบราณที่เรียกว่า มงคลสูตร ซึ่งว่ากันว่าเป็นการคำนวณสูตรเรือนตามผู้อยู่อาศัยเพื่อให้เป็นมงคล ส่วนกระเบื้องมุงหลังคา ก็เป็นกระเบื้องลอนแบบโบราณ เป็นกระเบื้องท้องถิ่นของเกาะยอ ด้านหน้าทั้งหมดมีหอระฆังโบราณ ส่วนด้านหลังมีโรงเก็บเรือพระ ที่ใช้ในประเพณีชักพระของสงขลา สวยงามมากเลย ส่วนด้านบนของวัด (จะขึ้นบันไดนาคก็ได้ หรือจะขับรถขึ้นไปก็ได้ แต่ทางแคบและชัน) คือ เขาวิหารที่มีเจดีย์ตั้งอยู่ ด้านบนมองลงมาเห็นวิวเกาะยอสวยงามมากค่ะ วัดนี้เงียบสงบมาก น่ารักมาก นานมากแล้วที่ไม่ได้เข้าวัดที่สงบเงียบแบบนี้ ของเก่าของไทยช่างน่ารัก มาเมืองที่ไม่ใช่เมืองหลักในการท่องเที่ยว ยิ่งได้เห็นของท้องถิ่นดั้งเดิมแบบไม่ปรุงแต่ง นี่คือความสุขที่ได้เที่ยวไทยประเทศของเรา ควรค่าแก่การมาดูชมอย่างยิ่งก่อนที่จะหายไปตามกาลเวลา...

ตรอกเล็กตรอกน้อยของสงขลา

         ตรอกเล็กตรอกน้อยในสงขลา

         ตอนหน้าเราไปนครศรีธรรมราชกันนะคะ ขอฝากร้านเล็กน้อยค่ะ ผู้เขียนทำบล็อกที่ ohhappybear.com สามารถติดตามได้ทางโซเชียลมีเดีย FB, IG, @ohhappybear  และ YouTube Ohhappybear