‘ลายแทง’ แห่ง ‘นาคราช’

May 16, 2020
by คมฉาน ตะวันฉาย, คอลัมน์: ประเทศไทยใจเดียว

ตามคอลัมนิสต์สายลุยไปเที่ยวอีสาน สัมผัสความสวยงามตามธรรมชาติและความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาของยอดภู โถงถ้ำ และน้ำตก ณ ดินแดนแห่งพญานาค

 

ใครที่ไม่เคยไป อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ใน จ.ขอนแก่น ผมแนะนำให้ไปลองใช้บริการดูจะเป็นอีกที่หนึ่งที่น่ากางเต็นท์พักแรมมาก เวลาที่ไปตระเวนเที่ยวอีสานย่านนี้ ผมเป็นต้องวางจุดหมายให้ไปพักแรมที่อุทยานฯแห่งนี้ตลอด เพราะทำเลที่ตั้งของที่ทำการอุทยานฯนั้นน่ากางเต็นท์มาก ด้วยความที่อยู่บนเนินสูง เช้าๆ ที่แสงแรกของวันกำลังแตะฟ้าจะเห็นภูเวียงและภูสำเภา ทอดตัวสวยอยู่กลางฟ้าแจ้ง แล้วพอสายๆ จะออกไปเที่ยวน้ำตกพลาญทองที่อยู่ใกล้ๆ ก็ได้

พูดถึงน้ำตกของอุทยานฯภูผาม่าน ถ้าท่านผู้อ่านไปช่วงหน้าฝน จะเห็นน้ำตกเพิ่มขึ้นในพื้นที่มากมายหลายแห่ง ซึ่งไปขอข้อมูลได้จากที่ทำการอุทยานฯที่ไปกางเต็นท์นั่นละครับ ซึ่งจริงๆแล้ว พื้นที่ของอุทยานฯภูผาม่าน ยังมีอะไรที่น่าสนใจอีกมาก ไว้ค่อยๆ เอามาเล่าเรื่อยๆ แต่คราวนี้ ผมจะพาไปดูถ้ำ ที่สวยงามที่สุดในอุทยานฯแห่งนี้ เอ่ยชื่อ ถ้ำนาคราช ใครก็คงร้องอ๋อกันบ้างแหละ ดังนั้นตามผมมาครับ เราจะไปเที่ยวถ้ำกัน

 

97078949_3033249300067195_6759856985748799488_o

2 ปากทางลงถ้ำนาคราช_resize

 

เวลาเราพูดถึงถ้ำหินปูน ส่วนใหญ่ในบ้านเรานี่จะอยู่ทางตะวันตกไล่ยาวไปจนถึงทางใต้ แต่หินปูนไม่ได้จำกัดแค่นั้น บางทีเราจึงเห็นประปรายไปทางตะวันออกบ้าง ภาคเหนือตะวันออก ทางภาคอีสานก็จะเห็นกันก็ทางแถบเมืองเลยต่อหนองบัวลำภูนี่แหละ เพราะภาคอีสานส่วนใหญ่จะเป็นหินทราย ถ้ำทางภาคอีสานเวลาเขาเรียกกันจึงเป็นเพิง เวิ้งถ้ำของหินทราย อย่างถ้ำกองเพล ถ้ำขาม ถ้ำผาขาว ก็จะเป็นเวิ้งเพิงถ้ำทั้งนั้น

เวลาที่เราเดินทางไปย่านนี้ ภูเขาที่เราเห็นสะดุดตาในรูปทรงคือ ภูผาจิต ในเขตอุทยานฯน้ำหนาว ภูกระดึง ของอุทยานฯภูกระดึง ภูหอ ในเขตรักษาพันธุสัตว์ป่าภูหลวง และ ผานกเค้า ของอุทยานฯภูผาม่านนี่เอง สามภูแรกนั้น เป็นภูหลังตัด รูปทรงของภูขาหินทราย มีแต่เพียงผานกเค้าที่เป็นภูเขาหินปูน ทีนี้ทั้งหินทรายและหินปูนล้วนแล้วแต่เป็นหินที่มาเกิดบนพื้นผิวโลกทั้งสิ้น คือมาสะสมตัวทับถมกันใช้เวลานับล้านปีจนเป็นหิน หินปูนสะสมในท้องทะเลเป็นหลัก ส่วนหินทรายมาสะสมบนพื้นที่อื่นที่ไม่ใช่ทะเล เป็นทางน้ำโบราณบ้าง แต่ทั้งสองแบบถูกยกตัวขึ้นจากการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก กลายเป็นภูเขาขึ้นมา

ภูเขาหินทรายส่วนที่เป็นมุมเป็นปลายของแผ่นหินจะหักตกกลายเป็นหน้าผา เวลาผุพัง กร่อนก็จะกร่อนไปเป็นชั้นๆ แต่หินปูนนั้น น้ำฝนสามารถละลายหินปูนได้ เราจึงเห็นภูเขาหินปูนมีรูปทรงและรูปร่างที่ไม่แน่นอนตายตัว ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงทนทานต่อการกัดกร่อนของน้ำได้มากน้อยแค่ไหน

ภูเขาหินปูนจึงเป็นภูเขาที่ไร้รูปไร้ร่างที่แน่นอนตายตัว อย่างผานกเค้าที่ว่านี้ก็เช่นกัน จะเห็นความโดดเด่นของหน้าผาหินปูนที่ตระหง่านเหมือนพุ่งชี้ขึ้นไปบนฟ้า แล้วน้ำตกของอุทยานฯภูผาม่าน ที่อยู่ทางย่านนี้ ก็จะเป็นน้ำตกหินปูนแทบทั้งหมด ซึ่งถ้าเพียงข้ามไปทางภูกระดึงขึ้นไปบนภู กลับจะเป็นน้ำตกบนหน้าผาหินทราย ทั้งๆ ที่ภูเขาก็ห่างกันไม่กี่กิโลเมตร ตัวถ้ำนาคราชก็เช่นกัน อยู่ใต้เงื้อมเงาของภูเขาหินปูนผานกเค้านี่เอง

 

96574477_3033249263400532_5336055179433213952_o

5. รูปวาดก่อนประวัติศาสตร์ถ้ำลายแทง_resize

 

ทางเข้าถ้ำนาคราช ต้องเข้าไปทางบ้านผาสามยอดซึ่งทางเข้าจะอยู่เยื้องกับร้านเจ๊กิม เข้าไปก็จะข้ามสะพานข้ามแม่น้ำพอง ก็เข้าเขตบ้านผาสามยอด (ที่นี่มีน้ำตกผาสามยอดด้วย) แต่ถ้ำจะเลยบ้านผาสามยอดไปแล้วเลี้ยวซ้าย วนเข้าหย่อมบ้าน แล้วมีทางไปไร่ไปส่วนเป็นทางลูกรัง ทางจะเข้าไปด้านหลังเขาเดียวกับผานกเค้า หลุดเขตไร่ชาวบ้านจนเข้าเขตป่าของอุทยานฯ แล่นไปจนสุดทาง ที่มีป้ายบอกทางไปทั้งถ้ำนาคราชและถ้ำลายแทง ทีนี้ก็เดินเท้าไปราว 200 เมตร ทางจะเดินขึ้นเนินเขาไป จนถึงปากทางเข้าถ้ำนั่นแหละ

ถ้ำนาคราช เป็นลักษณะของถ้ำหินปูนที่อยู่สูงจากระดับพื้นดิน ปากถ้ำอยู่ด้านบน แคบ เวลาจะเข้าถ้ำจึงต้องมุดปากถ้ำแล้วไต่ลงไป ลงไปก็จะเจอโถงกว้างห้องใหญ่ ตรงกลางจะเป็นเสาหินขนาดใหญ่ คือหินย้อยที่มันมาบรรจบกับหินงอกจนเป็นเสา จะเป็นเสาขนาดใหญ่ตั้งเป็นแกนกลาง แล้วมีเสาหินบริวารอีกส่วนหนึ่ง พื้นถ้ำเอียงลาดไปทางขวา เป็นลักษณะทำนบถ้ำขนาดเล็กนับร้อยๆ ทำนบ ผมดูแล้วน่าจะยังมีน้ำในช่วงฤดูฝน เพราะทำนบแต่ละอันเป็นสีขาวนวล มีไข่มุกถ้ำกลิ้งในทำนบ แสดงว่า ฝนมาเมื่อไรน้ำก็คงพาสารละลายหินปูนมาสะสมกันไปเรื่อยๆ

เสาหินตรงกลางนี้สามารถเดินอ้อมไปด้านหลัง แล้วมาบรรจบกับด้านหน้าได้อีกโดยจะผ่านดงเสาหินที่แต่ละเสาจรดติดเพดานถ้ำทั้งนั้น ซึ่งก็เหมือนถ้ำหินปูนทั่วไปที่มีหินงอกหินย้อย แต่ที่นี่ดูจะสวยงาม สมบูรณ์ และดูยังขาวนวลแทบทั้งหมด แสดงว่าการก่อเกิดยังคงอยู่ เพดานถ้ำยังไม่ถูกหินปูนอุดตัน

 

6.หนึ่งในฟอสซิลใต้ทะเลที่ถ้ำลายแทง_resize

7_resize

 

ย้อนกลับออกมาที่ลานจอดรถ จะมีทางอีกเส้นเดินไปไม่ไกลไปถ้ำลายแทง ซึ่งเป็นลักษณะโพรงถ้ำที่อยู่บนหน้าผา โชคดีที่หน้าผาที่เราไต่ขึ้นไปมันไม่สูงมากนัก พอขึ้นไปถึงปากโพรงถ้ำ ก็เห็นหลังของผานกเค้าเด่นตระหง่านด้านหน้า แต่ที่น่าพิศวงกว่าคือโพรงถ้ำที่เป็นโพรงไม่กว้างนักลึกเข้าไปไม่มากนั้น

ปากถ้ำเหนือขึ้นไปราว 3 เมตร ปรากฎเป็นภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์อายุราว 3,000 ปีล่วงมาแล้ว เขียนเป็นรูปคนเป็นส่วนใหญ่ ด้วยสีแดงเข้มและสีดำ มีทั้งที่ระบายสีทึบและเขียนเป็นโครงเส้นเป็นรูปร่าง เป็นรูปที่ถือว่าสมบูรณ์และดูสวยงาม รูปคนบางรูปดูเหมือนมีหาง และใส่เครื่องสวมหัว ซึ่งนักโบราณคดีย่านนี้สันนิษฐานว่าเป็นเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับกาย

และจะมีอีกโพรงใกล้ๆ กัน โพรงนี้ เจ้าหน้าที่ที่พาไปบอกว่ามีฟอสซิลหอยและปะการัง ไปส่องๆ หาๆ ก็เจอหลายอย่าง ซึ่งพวกนี้อยู่ในน้ำทะเล เพราะถ้าฟอสซิลหอยน้ำจืด หินมันจะเป็นอีกแบบ พวกหอย สาหร่ายหรือปะการัง จะไม่เห็นในหินทราย (หรือผมอาจไม่เคยเห็น) แต่หินทราย มักจะเป็นฟอสซิลของไดโนเสาร์ต่างๆ มากกว่า จะเห็นว่าซากฟอสซิลจะมีในหินตะกอนเท่านั้น หินปูน หินทราย หินดินดานก็มีฟอสซิลได้ แต่หินที่ขึ้นมาจากใต้โลกอย่างอัคนี แกรนิต จะไม่มีฟอสซิล

เวลาเที่ยวถ้ำ ถ้าเราดูเชื่อมโยง ดูธรณีสัณฐาน ดูองค์ประกอบแวดล้อม มันก็จะไม่ใช่แค่ไปดูหินงอกหินย้อย แต่ภายใต้โพรงถ้ำ มันก็มีอะไรให้ดู ให้ศึกษามากมาย เพราะแบบนี้ผมถึงชอบเที่ยวถ้ำ

ไว้ผ่านไปภูผาม่าน ก็ลองหาโอกาสไปดูสักครั้ง ติดต่อที่ ที่ทำการอุทยานภูผาม่านนั่นแหละครับ...